กัญชา ช่วยรักษาโรคทางผิวหนัง และปัญหาผิวได้ จริงหรือ?

กัญชา มีสารที่ช่วยรักษาโรคผิวหนังและปัญหาผิวได้เป็นอย่างดี ด้วยการรับรองจากงานวิจัยระดับโลกมากมาย ทำให้กัญชาเริ่มถูกนำมาใช้มากขึ้น และเริ่มปลดล็อคให้ถูกกฎหมายแล้วในหลายประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย นี่เอง วันนี้เราจะมาดูสรรพคุณของกัญชาในด้านการรักษาโรคทางผิวหนังและปัญหาผิว เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจสรรพคุณของกัญชาในด้านความงามทางการแพทย์มากขึ้นค่ะ

น้ำมันกัญชาในเครื่องสำอาง

ทำไม กัญชา ถึงรักษาโรคทางผิวหนังและปัญหาผิวได้

ในกัญชามีสารสำคัญที่ชื่อว่า CBD หรือ Cannabidiol เป็นสารที่ไม่ส่งผลต่อระบบประสาทและจิตใจ แถมยังมีฤทธิ์ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของความงามและการรักษาโรคผิวหนัง โดย CBD จะทำงานร่วมกับ Endocannabinoid System (ECS) ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของร่างกายทั้งภายนอกและภายใน ควบคุมสมดุลของร่างกาย ทั้งในระบบประสาทส่วนกลางและต่อมไร้ท่อต่าง ๆ และด้วยความที่ ECS มีอยู่ทั่วร่างกาย จึงช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึม CBD หรือ สารสกัดจากกัญชาได้อย่างรวดเร็ว

ในเซลล์ผิวหนัง CBD จะถูกดูดซึมผ่านเซลล์ต่อมเหงื่อ (Sweat gland) รูขุมขน (Hair follicles) เมลาโนไซต์ (Melanocyte) มาสต์เซลล์ (Mast cell) ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซีโบไซต์ (Sebocyte) โดยสามารถอธิบายส่วนดังกล่าวให้เข้าใจยิ่งขึ้นได้ ดังนี้

เซลล์ต่อมเหงื่อ (Sweat gland)

ทำหน้าที่หลั่งเหงื่อออกมาจากร่างกายเพื่อระบายความร้อน เพราะหากร่างกายมีความร้อนสูงเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะช็อคและเสียชีวิตได้

รูขุมขน (Hair follicles)

ทำหน้าที่รักษาสมดุลของผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และเป็นรูเปิดให้น้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน (Sebum) ไหลออกมาที่ผิวเพื่อปกป้องชั้นผิว

กัญชากับโรคผิวหนัง

เมลาโนไซต์ (Melanocyte)

ทำหน้าที่สร้างเมลานินหรือเม็ดสีผิว เพื่อปกป้องผิวที่เกิดความเสียหายจากแสงแดด

มาสต์เซลล์ (Mast cell)

ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและความต้านทานของร่างกาย ต้านการอักเสบ บวมแดง และแสบร้อนของเนื้อเยื่อ พบในบริเวณผิวหนัง หลอดเลือด ผนังกระเพาะอาหารและลำไส้

ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)

ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในใต้ชั้นผิว ซึ่งช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น หากคอลลาเจนและอิลาสตินมีน้อย ก็จะทำให้เกิดริ้วรอย

ซีโบไซต์ (Sebocyte)

ทำหน้าที่ร่วมกับต่อมไขมัน สร้างน้ำมันหรือซีบัม (Sebum) ออกมาที่ผิวเพื่อปกป้องผิวไม่ให้เกิดอันตรายจากความร้อน แสงแดด มลภาวะ และป้องกันไม่ให้เกิดภูมิแพ้ผิวหนัง

จะเห็นได้ว่า เซลล์ข้างต้นมีความสัมพันธ์กับการดูแลบำรุงผิวเป็นอย่างมาก เมื่อเซลล์ต่าง ๆ ดังกล่าวสามารถดูดซึมและรับ CBD ได้ จึงเป็นผลดีต่อการรักษาโรคทางผิวหนังและการรักษาปัญหาผิว ซึ่งใน CBD ที่เป็นสารสกัดจากกัญชาก็ออกฤทธิ์ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์ข้างต้นให้ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย จึงให้สรรพคุณที่ดีต่อผิวและความงามได้เป็นอย่างดี

สรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนัง และปัญหาผิว

โรคผิวหนังและปัญหาผิวสามารถสร้างความลำบากกายและใจให้กับผู้ที่ประสบพบเจอได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งกัญชาก็มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคผิวหนังและปัญหาผิวได้หลายอย่าง ได้แก่

กัญชา-การแพทย์

โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Atopic dermatitis)

มีอาการคัน เกิดผื่นแดง และเป็นขุยลอกที่ผิวหนังบ่อย ๆ เนื่องจากในชั้นหนังกำพร้ามีน้ำมันน้อยกว่าคนทั่วไป จึงทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิว CBD สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของซีโบไซต์ (Sebocyte) ให้ทำงานได้ดีขึ้นและผลิตน้ำมันหรือซีบัม (Sebum) ออกมาที่ผิวได้อย่างสมดุลมากขึ้น

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

เป็นอาการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง อาการคือ มีผื่นสีแดงขึ้นค่อนข้างหนา ผิวลอกเป็นขุยสีขาว บางรายอาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือบางรายอาจเป็นแบบเรื้อรังไม่หายเลยก็มี ซึ่ง CBD หรือสารสกัดจากกัญชาสามารถลดการการอักเสบและความกว้างของผื่นสะเก็ดเงินได้ รวมถึงทั้งช่วยค่อย ๆ รักษาอาการอักเสบ สร้างภูมิคุ้นกันในชั้นผิว และช่วยให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น

โรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis)

เกิดจากการระคายเคืองผิวที่เกิดจากการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย สารฟลูออไรด์ในยาสีฟัน สารในน้ำยาย้อมผม สารรุนแรงต่อผิวในสบู่และผงซักฟอก และสิ่งสกปรกต่าง ๆ โดย CBD จะช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองผิว รวมถึงสร้างระบภูมิคุ้มกันให้กับผิวแข็งแรงมากขึ้นด้วย

มะเร็งผิวหนัง (Skin cancer)

เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดบนผิวหนัง มักเกิดจากการสัมผัสแสงแดดหรือสารเคมีที่อันตรายต่อผิวแบบต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน มักมีอาการเป็นตุ่มเนื้อสีชมพูหรือแดง อาจมีขุยหรือเส้นเลือดฝอยกระจายอยู่บนตุ่มเนื้อ เมื่อแตกออกจะกลายเป็นแผลและกระจายวงกว้างไปเรื่อย ๆ ซึ่ง CBD สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ รวมถึงช่วยลดการอักเสบของผิวและสร้างภูมิคุ้มกันบนชั้นผิวให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

สิว (Acne)

เกิดจากการอุดตันและการอักเสบของรูขุมขนจนทำให้เกิดเป็นตุ่มสิวขึ้นมา สามารถเกิดได้ทั้งบนใบหน้า คอ หน้าอก และหลัง โดย CBD จะช่วยให้การสร้างน้ำมันหรือซีบัมในต่อมไขมันเป็นไปอย่างสมดุลมากขึ้น รวมถึงช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็จะช่วยลดการผลิตซีบัมและลดการเกิดสิวได้

แต้มสิว

ริ้วรอย (Wrinkle)

เกิดจากผิวที่มีอายุมากขึ้น แล้วมีการผลิตโปรตีนใต้ชั้นผิวอย่าง คอลลาเจนและอิลาสติน น้อยลง แต่คอลลาเจนและอิลาสตินยังคงต้องสลายไปตามระยะเวลาเท่าเดิม จึงทำให้ใต้ชั้นผิวที่เคยมีโปรตีนอยู่เกิดเป็นช่องว่าง ทำให้เห็นเป็นริ้วรอย ร่องลึก ตีนกา และรอยเหี่ยวย่นที่ผิวภายนอก ซึ่ง CBD สามารถกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวได้ โดยการส่งเสริมการทำงานของไฟโบรบลาสต์ ซึ่งมีหน้าที่สร้างโปรตีนใต้ชั้นผิว

ฝ้าและจุดด่างดำ (Melasma and dark spots)

เกิดจากการจับตัวกันของเม็ดสีเมลานิน มักเกิดจากการที่ผิวสัมผัสกับแสงแดดบ่อย ๆ เป็นเวลานาน จนทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ใต้ชั้นผิวต้องกระตุ้นการผลิตเมลานินเพิ่มเพื่อดูดซับแสงแดด โดย CBD จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากแสงแดด และช่วยลดการผลิตเมลานิน จึงช่วยลดการเกิดฝ้าและจุดด่างดำ อีกทั้งยังช่วยลดเลือนให้จุดด่างดำและฝ้าให้หายดีมากยิ่งขึ้น

ผิวเสียจากแสงแดด (Sun burn)

มักเกิดจากการสัมผัสแสงแดดบ่อย ๆ จนทำให้โครงสร้างผิวเสีย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาผิวมากมาย เช่น ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ริ้วรอย ฝ้า กระ รวมถึงทำให้ผิวอ่อนแอ เกิดการอักเสบ แดง แสบ คัน หรืออาจเกิดผิวแห้ง เป็นขุยได้ โดย CBD จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงได้ ลดการอักเสบและบวมแดงของผิว เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิว ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นจากการผลิตโปรตีนใต้ชั้นผิวด้วย จึงช่วยฟื้นฟูผิวเสียจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general