ครีมกันแดดคืออะไร?

ฝุ่น PM แดดจ้า แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร การ Work From Home ไม่ได้รับประกันว่า ไม่โดนแสงแดดแล้วผิวจะไม่หมองคล้ำ ส่วนใหญ่มักนึกถึง ครีมทาหน้า และ เครื่องสำอาง ก่อนเพื่อบำรุงผิว แต่อย่าลืมนะคะ ผิวที่ดีเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการแต่งหน้า ดังนั้นตัวช่วยสำคัญคือ ครีมกันแดด ไม่ว่าลักษณะผิวจะเป็นแบบไหน ผิวแพ้ง่าย ยิ่งจำเป็นต้องใช้ กันแดดสำหรับผิวหน้า ก่อนออกไปข้างนอก หรือ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ แสงสีฟ้า ก็ส่งผลต่อการเกิด ริ้วรอยย่น กระ ฝ้า ได้ เกริ่นมาเยอะแบบนี้แล้วเรามาทำความรู้จักครีมกันแดดกันค่ะ

ความหมายของครีมกันแดด

ความหมายของ ” ครีมกันแดด “

คำจำกัดความในทางวิทยาศาสตร์ ครีมกันแดด หมายถึงสารกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสีที่มาจากดวงอาทิตย์จุดประสงค์ของการทาครีมกันแดด ก็คือ ใช้เป็นเกราะป้องกันไม่ให้รังสีจากแสงอาทิตย์ทำลายผิว นั่นเองค่ะ

ความรู้เกี่ยวกับ รังสี

เพื่อตอบโจทย์ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทที่ทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอย และ ผิวหมองคล้ำ รู้จักกันในชื่อว่า UVA และ UVB ยิ่งเราต้องรับแสงแดดมาก ๆ ผิวสามารถเกิดการไหม้ คล้ำ ได้ UVA มาจากคำว่า ultraviolet A จำง่าย ๆ ว่า UVA ส่งผลต่อ Aging สามารถลงไปถึงผิวชั้นในก่อให้เกิดรอยย่น ผิวหน้าแก่ก่อนวัย ส่วน UVB หรือ ultraviolet B ส่งผลต่อผิว Burning ซึ่งทำให้เกิดอาการผิวหมองคล้ำ แดดเผาในระยะยาวก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

ค่า SPF คืออะไร 

SPF ย่อจาก Sun Protection Factor เป็นตัวบ่งบอกประสิทธิภาพของครีมกันแดดในการปกป้องผิวจาก UVB นั่นเองโดยระบุเป็นตัวเลข เช่น SPF15 สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 93% ดังนั้นเวลาที่เลือกซื้อการดู SPF ที่ระบุไว้ก็สำคัญค่ะ ถ้าใช้เมื่อทำงานในออฟฟิศ เราสามารถเลือก SPF ที่มีค่าตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 8 ได้ แต่ถ้าต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ ทำงานกลางแจ้ง ควรเลือก ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปค่ะ

SPF คืออะไร

ครีมกันแดดมีแบบไหนบ้าง และเหมาะกับสภาพผิวแบบไหน ควรทาที่ไหน 

ควรเลือกใช้ครีมกันแดดแบบ Water resistant หรืออาจเขียนว่า Water Proof เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน หลังจากทาครีมกันแดดอาจจะถูกล้างไปด้วยเหงื่อได้ ครีมกันแดดที่ดีควรกันน้ำ และ กันเหงื่อ และป้องกันรังสี U ได้ทั้ง 2 ชนิดค่ะ ทำไมเราต้องใช้ครีมกันแดด? บางคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น เพราะ เบื่อความเหนอะหนะบนผิวหน้า และ ผิวกาย ปัจจุบันครีมกันแดดพัฒนาไปมากมีหลายแบบ หลายสูตรให้เลือกมากขึ้น

สเปรย์

กันแดดในรูปแบบสเปรย์เหมาะกับนักกิจกรรมทั้งหลาย นักกีฬา นักดำน้ำ หรือ อาชีพที่ต้องออกไปกลางแจ้ง ส่วนมากพกพาง่าย ใช้ง่ายแค่ฉีดลงบนผิวแต่ไม่แนะนำให้ฉีดใส่หน้าโดยตรงค่ะ ควรฉีดลงบนฝ่ามือก่อนแล้วค่อยตบๆ บนผิวจะดีกว่านะคะ

โลชั่น

กันแดดในรูปแบบของโลชั่น เป็นอีกแบบที่เหมาะกับผิวแห้ง ควรเลือกแบบที่มีความเข้มข้นหน่อยเพื่อ เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำใต้ผิว ถ้าเลือกแบบที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยบำรุงไม่ให้ผิวแห้งกร้าน ไม่ผสมแอลกอฮอล์จะดีมาก ๆ เลย

มูส

รูปแบบมูสมีเนื้อบางเบา คล้ายเจล ซึมซับสู่ผิวได้ง่าย จึงเป็นอีกชนิดที่เหมาะกับผิวมัน

ครีม

กันแดดเนื้อครีมเหมาะกับผิวแห้ง เพราะปัจจุบันผสมสารบำรุงผิวต่าง ๆ เหมาะกับการทาเวลาอยู่บ้าน หรือใช้สำหรับช่วงเวลากลางวันแต่อาจไม่เหมาะใช้ร่วมกับเครื่องสำอาง เพราะมีเนื้อสีขาว ถ้าทาหนาเกินไปเวลาที่เหงื่อออก ต้องระวังกันหน่อยนะคะ เพราะถ้าไหลเข้าตาจะแสบมาก ๆ เลย

เจล

กันแดดเนื้อเจลเหมาะกับผิวมัน เพราะไม่ทำให้ความมันเพิ่ม จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย หรือ ปัญหาสิว ข้อดีของเนื้อเจลคือ ซึมเข้าสู่ผิวง่าย ไม่เหนอะหนะ

แบบแท่ง

เหมาะสำหรับใช้บริเวณรอบดวงตา บางครั้งก็มาในรูปแบบของเครื่องสำอางผสมสารกันแดด ข้อดีคือ พกง่าย ทาทับเครื่องสำอางได้ สามารถซับหน้าแล้าทาเพิ่มระหว่างวันได้ไม่ยาก

ลักษณะของครีมกันแดดแบบ – Physical VS Chemical 

2 แบบนี้ต่างกันอย่างไร ? ในเมื่อสุดท้ายแล้วก็คือ ครีมกันแดด เหมือนกัน มาทำความรู้จักครีมกันแดดทั้ง 2 แบบกัน ว่าต่างกันยังไง ต่อไปเราจะได้เลือกใช้แบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรากันนะคะ

ครีมกันแดด แบบเคมี (Chemical Sunscreen)

ครีมกันแดดแบบเคมีเป็นที่นิยม หาซื้อได้ง่าย การทำงานของครีมกันแดดแบบเคมีให้เข้าใจง่าย ครีมกันแดด แบบเคมี ซึมซับเอารังสี UV จากดวงอาทิตย์เอาไว้ทำให้เข้าถึงผิวชั้นใน ได้น้อยลง หลังจากทาลงบนผิวต้องรอประมาน 30 นาที ถึงจะออกไปเจอกับแสงแดดได้ค่ะ

ครีมกันแดด แบบกายภาพ (Physical Sunscreen)

ส่วนครีมกันแดดแบบกายภาพ เหมือนการติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ เพียงแต่เปลี่ยนมาเป็นการเคลือบผิว กรองและ สะท้อนรังสี UV บนผิวหนังของเราในส่วนของ ครีมกันแดดแบบกายภาพทาตัวแล้วไม่ต้องรอ สามารถออกไปเจอกับแสงแดดได้ทันที

ครีมกันแดด แบบผสม (Chemical Physical Sunscreen)

เป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่ง Hybrid Sunscreen ซึ่งเกิดจากการผสมคุณสมบัติระหว่างแบบเคมี กับ กายภาพ มีคุณสมบัติทั้งสะท้อนและดูดซับรังสีUVในตัวเอง เป็นการพัฒนาข้อดีจากกันแดดแบบเคมี และ กายภาพนำมารวมกัน

ครีมกันแดดแบบเคมี เป็นที่นิยมสำหรับใช้ทาผิวหน้า เพราะมีความคงทนต่อการป้องกันรังสี เนื้อบางเบา มีทั้งรูปแบบกันน้ำ ควบคุมความมันของผิว ส่วนครีมกันแดดทาตัว มีความทึบสำหรับคนที่แพ้แดด เมื่อต้องออกไปกลางแจ้งนานๆ ควรจะมีติดตัวไว้ เพื่อกันไม่ให้เกิดอาการผิวไหม้

ทำไมต้องทาครีมกันแดด/ ข้อดีและข้อเสียของครีมกันแดด 

การทาครีมกันแดดทุกวันเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับการมีผิวที่แข็งแรง และป้องกันให้ผิวอ่อนวัย
อย่างไรก็ตาม การทาครีมกันแดดก็มีทั้งข้อดี และ ข้อ เสีย นะคะ ซึ่งเราควรศึกษาไว้

ข้อดี

  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง
  • ปกป้องผิวไม่ให้ถูกแดดเผาทำลาย จนเกิดริ้วรอย กระ ฝ้า และ จุดด่าง ดำ บนผิวหน้า
  • ครีมกันแดดบางตัวพัฒนาให้สามารถบำรุงผิว ชะลอไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัย
  • ทาครีมกันแดดทั้งผิวหน้า และ ผิวกาย เพื่อป้องกัน รังสี UV ทั้ง 2 ชนิด คงความเรียบเนียนของผิว
  • ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและมีสุขภาพดีทั้งในรูปลักษณ์และการใช้งาน
  • บำรุงผิวให้แข็งแรงการทาครีมกันแดดเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันโปรตีนในชั้นผิวไม่ให้ถูกทำลาย

ข้อเสีย

  • อาจทิ้งคราบติดเสื้อผ้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนผสม อาจทำให้ผู้ใช้รำคาญใจ
  • เมื่อใช้ครีมกันแดดเป็นประจำอาจทำให้ร่างกายลดการผลิตวิตามิน D ลง คำแนะนำคือทานวิตามินเสริมเพื่อให้ร่างกายยังมีวิตามิน D พอเพียง
  • สำหรับผู้ที่ผิวบอบบาง แพ้ง่ายการใช้ครีมกันแดดบางประเภทอาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ หรือ ผิวเกิดรอยผื่นแดง และ เป็นสาเหตุของการเกิดสิว

ส่วนผสมครีมกันแดด

การเลือกครีมกันแดด ขึ้นอยู่กับส่วนผสม และ สภาพผิว ทำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ต้องใส่ใจในเรื่องของส่วนผสมเป็นพิเศษ จึงมีการพัฒนาให้อ่อนโยนต่อผิวหน้ามากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการแพ้ หรือ เกิดสิวอุดตัน

กันแดดปัจจุบันพัฒนา ให้ครีมกันแดดมีเนื้อที่เบามากขึ้นแต่ยังคงประสิทธิภาพเหมือนเดิม ส่วนผสมของครีมกันแดด ยกตัวอย่างเช่น Zinc Oxide และ Titanium Dioxide อุดตันรูขุมขนน้อย ไม่ผสมจำพวก น้ำหอมน้ำมันจากลาเวนเดอร์ (Lavender oil) น้ำมันจากพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด (Citrus Oil) เพราะทำให้ผิวระคายเคืองง่าย เมื่อโดนแดด สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายดีที่สุดคือเลือกใช้ แบบ สูตรปราศจากน้ำหอม Paraben และ แอลกอฮอล์ จะดีที่สุด

Sunscreen และ Sunblock แตกต่างกันอย่างไร

แต่ก่อนมักพบกับคำว่า Sunscreen และ Sunblock หากถามว่าต่างกันอย่างไร ในภาษาทางเครื่องสำอางจะนิยมใช้คำว่า Sunscreen ซึ่งส่วนมากหมายถึง ครีมกันแดดสำหรับทาหน้า ส่วน Sunblock คือครีมกันแดดในรูปแบบ กายภาพที่ไม่ได้มีคุณสมบัติซึมซับลงสู่ผิว ใช้ทาตัวเป็นส่วนมาก เวลาทาตัวจะเห็นคราบขาว ๆ หลัง ค.ศ.2002 FDA ( อย.ของอเมริกา ) ออกระเบียบใหม่โดยให้เรียกทุกอย่าง Sunscreen เพียงคำเดียว

ทำความรู้จักครีมกันแดดแบบเบื้องต้นกันไปแล้ว ครีมกันแดด คืออะไร แตกต่างกันแค่ไหน ทำไมเราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ครีมกันแดดไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ที่ต้องใช้ เด็ก ผู้ชาย หรือผู้สูงวัยก็ควรทำความรู้จักกับครีมกันแดดที่เหมาะกับ เพศ และ ช่วงวัยค่ะ ก่อนจะออกไปไหนอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะคะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general