ความแตกต่างของคอลลาเจนชนิดต่างๆ

ในร่างกายของเรามีคอลลาเจนอยู่หลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันบางชนิดส่งผลโดยตรงถึงผิวหนัง บางชนิดเป็นกลไกสำคัญต่อเส้นประสาท การไหลเวียนของเลือด ไปจนถึงข้อต่อ และ กระดูกทั้งร่างกายเลยละค่ะ ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคอลลาเจนชนิดต่าง ๆ กันค่ะว่า แต่ละชนิดมีหน้าที่ ประโยชน์ และ สามารถหาได้จากที่ไหนและมีอาหารประเภทไหนบ้างที่เราสามารถทานเพื่อเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกายได้ค่ะ

วิธีทานคอลลาเจนให้ได้ประโยชน์

  • ทานคอลลาเจนที่มีขนาดเล็ก เช่น คอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) เพราะ ร่างกายสามารถดูดซึม และนำไปใช้ได้เร็ว
  • ทานคอลลาเจนที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือทานร่วมกับวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคอลลาเจน ให้สามารถดูดซึมได้ดี
  • ทานขณะท้องว่าง เพื่อที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุด

แล้วคอลลาเจนแบบชง กับ คอลลาเจนแบบเม็ด อะไรดีกว่ากัน

คอลลาเจนจากธรรมชาติอยู่ในอาหารที่หาได้ไม่ยากเลยค่ะ ตัวอย่างของอาหารที่มีคอลลาเจน เช่น หอยนางรม ผักใบเขียว พืชตระกูลถั่ว เนื้อปลา กระดูกอ่อน มะเขือเทศ เป็นต้น แต่คอลลาเจนก็เหมือนกับสารอาหารตัวอื่นๆที่กว่าจะได้รับจนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็ต้องทานอาหารกันเป็นหลายกิโลกรัมดังนั้นการทานคอลลาเจนแบบสำเร็จรูปที่ผ่านการสกัดมาแล้วจึงเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน แต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน อยู่ที่ว่าใครจะชอบแบบไหนค่ะ เรามาดูเลยค่ะ

คอลลาเจนแบบชง

ที่เป็นผงพร้อมชงดื่ม อาจจะติดปัญหาเรื่องรสชาติกับกลิ่นคาวอยู่บ้าง แต่เราก็สามารถเลือกซื้อคอลลาเจนแบบแต่งกลิ่นหรือปรับรสชาติให้เป็นแบบที่ทานง่ายได้ หรือจะผสมน้ำผลไม้ก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้คอลลาเจนได้ด้วยค่ะคอลลาเจนแบบชง ที่เป็นผงพร้อมชงดื่ม อาจจะติดปัญหาเรื่องรสชาติกับกลิ่นคาวอยู่บ้าง แต่เราก็สามารถเลือกซื้อคอลลาเจนแบบแต่งกลิ่นหรือปรับรสชาติให้เป็นแบบที่ทานง่ายได้ หรือจะผสมน้ำผลไม้ก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้คอลลาเจนได้ด้วยค่ะ

คอลลาเจนแบบผง
คอลลาเจนแบบผง

คอลลาเจนแบบเม็ด

พกพาง่าย กินได้สะดวก เพราะเป็นแคปซูลที่ไม่มีกลิ่นหรือรสชาติที่แปลกประหลาด แต่มีข้อเสียตรงที่ดูดซึมได้ช้ากว่าแบบอื่นๆ และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คอลลาเจนแบบชงได้รับความนิยมมากกว่านั่นเองค่ะ

คอลลาเจนมีทั้งแบบที่เราสามารถหาทานเสริมได้ มีทั้งในผัก ผลไม้ โปรตีน และ คอลลาเจนในร่างกายของเราค่ะ คอลลาเจนในร่างกายเรามีอยู่อย่างน้อย 16 ประเภท แต่ประเภทที่พบบ่อย และจำเป็นต่อร่างกาย จะแบ่งออกเป็น 6 ประเภท คือคอลลาเจนประเภทที่ 1,2,3,4,5 และ 10

ประเภทของคอลลาเจนแบบเม็ด

คอลลาเจนประเภทที่ 1

เป็นคอลลาเจนที่มีปริมาณมากที่สุดถึง 90% ในร่างกาย พบได้ที่ชั้นหนังแท้ เอ็น พังผืด เนื้อกระดูกแข็ง พบได้เฉพาะในสัตว์ชั้นสูงเท่านั้น ฉะนั้นการกินคอลลาเจนประเภทที่ 1 จึงช่วยเรื่องผิวเน้น ๆ ค่ะ คอลลาเจนชนิดที่ 1 เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดสำหรับคุณสมบัติต่อต้านริ้วรอย เมื่อเราโตขึ้นคอลลาเจนชนิดที่ 1 นี้ จะถูกสังเคราะห์มาแทนที่คอลลาเจนชนิดที่ 3

คอลลาเจนจากปลาทะเล หรือที่หลายคนเรียกว่า Marine Collagen จัดเป็นแหล่งคอลลาเจนจากสัตว์ที่ดีที่สุดค่ะ เพราะปริมาณคอลลาเจนชนิดที่ 1 สูงกว่า และง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด และมีน้ำหนักเบาที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับคอลลาเจนที่สกัดจากสัตว์ชนิดอื่น ส่วนที่มีคอลลาเจนสูงเยอะที่สุด คือ หนังปลา และยังสามารถสกัดได้จากเกล็ด ครีบ และกระดูกปลาได้ด้วย แหล่งที่สามารถพบคอลลาเจนชนิดที่ 1 ได้อีกก็คือใน ไข่ขาวค่ะ หรือ Bovine Collagen peptides และแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่น เนื้อปลา เนื้อวัว กระดูกอ่อน

คอลลาเจน มีประโยชน์อย่างไร

  • เพิ่มความแข็งแรงเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับอวัยวะต่างๆ
  • ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง 
  • ช่วยรักษาบาดแผล 
  • ปกป้องเนื้อเยื่อจากการฉีกขาด

โดยคอลลาเจนจะผลิตได้มากเมื่อเราอายุยังน้อยค่ะ เราจึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารเสริมคอลลาเจนที่ร่างกายผลิตน้อยลงเรื่อย ๆ นั่นเองค่ะ


คอลลาเจนประเภทที่ 2

ความสำคัญต่อร่างกายเช่นเดียวกัน เพราะคอลลาเจนชนิดนี้ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกอ่อนที่พบได้ในเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งหากกระดูกอ่อนมีความแข็งแรง สำคัญกับกระดูกข้อต่อ เพราะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ช่วยลดอาการปวดข้อ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้สะดวก การกินคอลลาเจนประเภทนี้จึงช่วยเรื่องข้อต่อโดยตรง มีงานวิจัยพบว่าคอลลาเจนชนิดที่ 2 สามารถรอดจากระบบการย่อยอาหาร และ สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า คอลลาเจนประเภท อื่น ๆ

แหล่งที่มาของคอลลาเจนประเภทที่ 2

พบมากในอาหารประเภทกระดูกและกระดูกอ่อนของสัตว์ โดยเฉพาะไก่
กระดูกอ่อนเป็นแหล่งที่สามารถพบคอลลาเจนชนิดที่ 2 ได้มากที่สุด

ประโยชน์ของคอลลาเจนประเภทที่  2

  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 ช่วยในเรื่องของกระดูกอ่อน และน้ำในไขข้อ 
  • ช่วยเพิ่มระดับของกรดไฮยาลูโรนิค (Hiyaluronic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อเป็นองค์ประกอบหลักกว่าครึ่งของกระดูกอ่อนเลยก็ว่าได้ค่ะ 
  • มีส่วนสำคัญในการป้องกันการเสื่อมของข้อต่อในร่างกาย รวมถึงภาวะน้ำในข้อน้อย
  • ช่วยให้อาการปวดข้อหายไป

คอลลาเจนประเภทที่3

เป็นคอลลาเจนที่พบได้ในปริมาณน้อย มักพบในเส้นเลือด และมักมีการจับตัวกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 อีกทั้งยังสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อภายในหัวใจ ดังนั้นหากร่างกายขาดคอลลาเจนประเภทที่ 3 อาจจะทำให้มีความเสี่ยงของเส้นเลือดแตก

ประโยชน์ของคอลลาเจนประเภทที่ 3

  • มีคุณสมบัติให้ความยืดหยุ่นได้ดีที่สุดดังนั้นใครที่มี คอลลาเจนชนิดนี้อยู่เยอะ
  •  ผิวจะดูนุ่มเนียนเต่งตึง 
  • เพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกาย
  • อำนวยความสะดวกในการสังเคราะห์เกล็ดเลือด

เมื่อเราโตขึ้นคอลลาเจนชนิดนี้จะค่อย ๆ ลดลง แต่ร่างกายยังคงผลิต คอลลาเจนชนิดที่ 1 เข้ามาแทน ผิวก็จะดูไม่เปล่งปลั่งเหมือนเด็ก แต่ก็ยังจะเต่งตึง เรียบกระชับ ดูสุขภาพดีอย่างผิวหนุ่มสาวตามวัยแต่ถ้าเราทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 3 ได้ จะเป็นประโยชน์ต่อผิวของเราเป็นอย่างมากค่ะ  เพื่อให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย และป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นค่ะ 

คอลลาเจนชิดต่างๆ

คอลลาเจนประเภทที่ 4

พบได้เฉพาะบริเวณเส้นใยฝอยของเยื่อแผ่นบางๆบริเวณนอกเซลล์ พบได้ในเซลล์เยื่อบุผนังทึบที่สร้างเนื้อเยื่อที่ล้อมรอบอวัยวะกล้ามเนื้อและไขมัน นอกจากการช่วยในการกรองไตและอวัยวะอื่น ๆ แล้วคอลลาเจนชนิดที่ 4 ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของระบบประสาทและหลอดเลือดเช่นกัน

แหล่งที่มาของคอลลาเจนประเภทที่ 4

อาหารประเภทไข่เป็นแหล่งที่พบคอลลาเจนได้หลายประเภทค่ะ ถั่วมีประโยชน์ในการกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน และช่วยเร่งการสร้างเซลล์ในชั้นผิว แครอทนอกจากจะผลิตคอลลาเจนให้ร่างกายแล้ว ยังมี Vitamin A ซึ่งช่วยควบคุมการไหลเวียนของเลือด ที่สำคัญช่วยป้องกันการสลายตัวของคอลลาเจน และ อิลาสตินของผิวด้วยค่ะ อีกอย่างที่ เป็นที่ชื่นชอบของหลาย ๆ คนด้วย 

ประโยชน์ของคอลลาเจนประเภทที่ 4

 คอลลาเจนชนิดที่ 4 เป็นส่วนสำคัญของการทำงานระบบประสาทในร่างกาย และ เส้นเลือดอีกด้วยคะ

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตโดยเฉพาะหลอดเลือดเล็ก
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

คอลลาเจนประเภทที่ 5

คอลลาเจนชนิดที่ 5 เป็นคอลลาเจนที่มีลักษณะคล้ายเส้นใยที่พบในชั้นผิวหนังผมและที่สำคัญที่สุดคือเนื้อเยื่อของรก

แหล่งที่มาของคอลลาเจนประเภทที่ 5

  • ผงโปรตีนหลายคอลลาเจน
  • อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนเช่นไข่ขาว

ประโยชน์ของคอลลาเจนประเภทที่  5

  • ช่วยสร้างกระดูก
  • ส่วนประกอบของโครงสร้างเส้นผม
  • โปรตีนที่สำคัญต่อการพัฒนาของทารกแรกเกิด
  • การขาดคอลลาเจนประเภท 5 นั้นสัมพันธ์กับการมองเห็นที่ลดลงและสุขภาพดวงตาโดยรวม

ทำความรู้จักกับคอลลาเจนทั้ง 6 ประเภทแล้ว ที่จำเป็นที่สุดคือคอลลเจนชนิดที่ 1,2 และ 3 ซึ่งเราสามารถหาคอลลาเจนชนิดเหล่านี้ได้จากอาหารที่เราเลือกทานด้วยนะคะ มีคอลลาเจนอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด เช่น เอ็นสัตว์ กระดูกอ่อนของสัตว์ เนื้อวัว เนื้อหมู ปลาแซลมอน พืชผักสีเขียวและ ผักผลไม้ ถ้าทานคอลลาเจนเสริมแนะนำให้ดื่มน้ำตามมากๆ  เพราะหากดื่มน้ำไม่เพียงพอร่างกายก็จะไม่สามารถดูดซึมและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เต็มที่  นอกจากนี้พบว่าถ้าทานร่วมกับอาหารที่มี vitamin c การดูดซึมจะดียิ่งขึ้นทั้งนี้เราควรกิน vitamin c  คู่ไปพร้อม ๆ กับอาหารที่มีคอลลาเจนด้วยทุกครั้ง เพราะจะช่วยให้การดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายเป็นไป­­อย่างง่ายดายและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general