คอลลาเจน คือ

คอลลาเจน คือ

คอลลาเจน คือ โปรตีนรูปแบบหนึ่งที่ได้จากการรวมตัวกันของกรดอะมิโนพบได้ในกระดูก กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ และเป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายของคุณ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

เมื่อเราอายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนจะลดลงในตอนนี้จะสังเกตได้จากร่างกายของเราว่า ผิวหนังที่หย่อนลง ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น

ความยืดหยุ่นลดลงการเพิ่มระดับคอลลาเจนช่วยให้เรามีผิวที่กระชับยิ่งขึ้น เรียบเนียนขึ้น และช่วยให้ผิวหนังของเราผลัดเซลล์และซ่อมแซมเซลล์ได้ตามปกติบางคนอาจเคยได้ยินชื่อของคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) กันมาบ้างว่า คอลลาเจนไดเปปไทด์ กินแล้วดีช่วยให้ผิวนุ่มลื่น เห็นผลไวกว่าคอลลาเจนทั่ว ๆ ไป จริง ๆ

วันนี้เรามาทำความรู้จักกันว่า คอลลาเจน คือ อะไร และประโยชน์ที่แท้จริงของคอลลาเจนมีอะไรอีกบ้าง

คอลลาเจนทำหน้าที่อะไรบ้าง?

คอลลาเจนทำหน้าที่อะไรบ้าง

บำรุงสุขภาพของผิวหนังและเส้นผม

คอลลาเจนนั้นเป็นหนึ่งใน ส่วนผสมทางธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่ดีที่สุดช่วย เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ความชุ่มชื้น การสูญเสียน้ำทางผิวหนัง (ความแห้ง) และความหยาบของผิวหนังได้

ลดอาการเจ็บข้อต่อและการเสื่อมสภาพ

คอลลาเจนช่วยให้เราสามารถขยับร่างกายได้โดยไม่เจ็บปวด ลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของข้อต่อ คอลลาเจนมีประสิทธิผลในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมและ อาการเจ็บข้อต่อ และอาการผิดปกติอื่นๆ คอลลาเจนที่ช่วยในเรื่องของการรักษาอาการเสื่อมตัวและอาการเจ็บปวดจากโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อต่อคือ คอลลาเจนType 2 ค่ะ หรือที่เรียกกันว่า คอลลาเจนไตรเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนบำรุงกระดูกซึ่งพบได้มากที่บริเวณเนื้อเยื่อกระดูกและข้อต่อกระดูกในร่างกายมนุษย์ จากงานวิจัยที่ศึกษาประสิทธิภาพของคอลลาเจนชนิดที่ 2 หรือคอลลาเจนบำรุงกระดูก ได้พบว่าคอลลาเจนชนิดนี้สามารถถูกดูดซึมผ่านลำไส้และไปสะสมที่กระดูกอ่อนได้ ดังนั้นกลไกการทำงานของคอลลาเจนType 2 ซึ่งเป็นคอลลาเจนบำรุงกระดูก ช่วยให้ผู้ป่วยเกี่ยวกับข้อต่อและข้อต่อเสื่อมมีอาการดีขึ้นค่ะ

ช่วยรักษาลำไส้รั่ว

คอลลาเจนช่วยสลายโปรตีน และบำรุงภายในลำไส้ รักษาผนังเซลล์ที่เสียหาย และรวมตัวกับกรดอะมิโนที่รักษาโรคได้

การรับคอลลาเจนเสริมสามารถช่วยรักษาอาการผิดปกติต่างๆ ในระบบทางเดินอาหารได้ ซึ่งรวมถึงภาวะลำไส้รั่ว โรค IBS โรคกรดไหลย้อน และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ เป็นแผลเรื้อรัง

โดยนอกจากการช่วยรักษาลำไส้รั่วแล้ว คอลลาเจนยังช่วยการดูดซับน้ำภายในลำไส้ ซึ่งทำให้สิ่งต่างๆ ภายในร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากขึ้น

เพิ่มการเผาผลาญ มวลกล้ามเนื้อ และพลังงานที่ได้รับ

การรักษาสภาพของมวลกล้ามเนื้อมีความสำคัญ เพราะกล้ามเนื้อช่วยในการเคลื่อนไหวบำรุงกระดูก เผาผลาญแคลอรี่

เมื่อบริโภคคอลลาเจน เราควรบริโภควิตามินซีด้วยเพื่อให้ร่างกายของเราสามารถแปลงคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เป็นประโยชน์ ซึ่งช่วยฟื้นฟูร่างกายให้พลังงานและความแข็งแรง

การได้รับคอลลาเจนเพิ่มขึ้นนั้น อาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ด้วยการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อที่ไร้ไขมัน ช่วยในการแปลงสภาพของสารอาหารที่สำคัญต่างๆ ให้เป็นพลังงานสำหรับเซลล์กล้ามเนื้อต่างๆ

เสริมความแข็งแรงของเล็บ เส้นผม และฟัน

คอลลาเจนโปรตีนนั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของเล็บ เส้นผม และฟัน การบริโภคคอลลาเจนเสริมสามารถช่วยรักษาความแข็งแรงของเล็บของเรา และช่วยลดอาการผมร่วงได้

บำรุงตับ

อย่างที่ทราบกันว่า สามารถพบคอลลาเจนได้ในกระดูก กระดูกอ่อนต่าง ๆ

ดังนั้น หนึ่งในวิธีการที่ง่ายที่สุดในการชะล้างสารพิษในตับของเราคือ การรับประทานซุปกระดูก โดยแนะนำให้ทำการ Detox ด้วยซุปกระดูกเป็นเวลาสามวัน เพื่อซ่อมแซมลำไส้ที่รั่ว ซึ่งอาจช่วยร่างกายในการกำจัดสารเคมีต่างๆ และ “รีเซต” ลำไส้ของคุณ และปรับปรุงการทำงานโดยรวมของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายค่ะ

ปกป้องสุขภาพของหัวใจและระบบหลอดเลือด

ช่วยให้ผนังเส้นเลือดของเราคลายการก่อตัวของไขมันในกระแสเลือด ลดขนาดของไขมันในหลอดเลือดแดง และลดการสะสมตัวของไขมัน

กรดอะมิโนโพรลีนจำเป็นสำหรับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อภายในข้อต่อและหลอดเลือด รวมถึงช่วยควบคุมแรงดันเลือดด้วย และช่วยเราในการรักษาสภาพของกระดูกอ่อนเมื่อเรามีอายุมากขึ้น

สร้างเสริมความยืดหยุ่นของผิวหนัง

คอลลาเจนไดเปปไทด์ คือ เปปไทด์สายสั้น มีแค่สองตัวเกี่ยวกัน ทำให้ย่อยง่ายขึ้น ดูดซึมง่ายขึ้น เข้าสู่ผิวหนังได้โดยตรง ทำให้เห็นผลไวขึ้น

การทานคอลลาเจนควรทานคู่กับวิตามินซีถึงจะได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ เพราะวิตามินซี มีส่วนช่วยมาก ๆ ในการเสริมสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานและช่วยบำรุงผิวให้ดูเนียนใส สุขภาพผิวดีอีกด้วยละค่ะ

ช่วยให้ผิวกระชับ

สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) มีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

เนื่องจากผิวหนังชั้นนี้ประกอบด้วยโปรตีนเส้นใย 2 ชนิดทํางานร่วมกันคือ คอลลาเจนและอีลาสตินค่ะ โดยคอลลาเจนทําหน้าที่เป็นโครงสร้างที่ให้ความเหนียว กระชับแข็งแรง และ เรียบเนียน ต่อผิวหนัง ในขณะที่อีลาสตินให้ความยืดหยุ่นต่อผิวหนัง ความอ่อนเยาว์ เป็นผลจากการทํางานนร่วมระหว่าง คอลลาเจน กับ อีลาสติน ช่วยให้เซลล์สามารถอุ้มน้ําและความชุ่มชื้นไว้ได้ เซลล์จึงมีความเต่งตึง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

สมานแผล

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ช่วยประสานโครงสร้าง เนื้อเยื่อ ผิว กระดูกอ่อน เซลล์ผิวหนัง ที่สำคัญช่วยป้องกันไม่ให้แผลบวม ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลติดเชื้ออีกด้วยค่ะ

เสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย

โปรตีนคอลลาเจนมีความจำเป็นในการทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และ ทำให้กล้ามเนื้อสามารถใช้งานได้ค่ะ

มีงานวิจัยว่า การบริโภคอาหารเสริมคอลลาเจน สร้างกล้ามเนื้อจะช่วยให้บุคคลที่อยู่ในภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุ นอกจากนั้นการบริโภคคอลลาเจนยังช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อ เช่น ครีเอทีน (Creatine) ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ และเสริมสมรรถภาพในการเล่นกีฬา

ช่วยลดริ้วรอย เหี่ยวย่น ก่อนวัย

มีงานวิจัยกล่าวว่า ผู้หญิงที่ได้รับอาหารเสริมคอลลาเจนปริมาณ 2.5–5 กรัมเป็นเวลาต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ช่วยให้อาการผิวหนังแห้งดีขึ้น และทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งก็พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนเป็นเวลา 12 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยได้นั่นเองค่ะ

การรับประทานอาหารเสริมที่มีคอลลาเจนยังช่วยเพิ่มโปรตีนในร่างกาย ได้แก่ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในจุดเชื่อมต่อของเนื้อเยื่อในอวัยวะในร่างกายที่ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นด้วย

คอลลาเจนและผิวหนังเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ผิวหนังของเราแบ่งออกได้เป็น3 ชั้น หนังกำพร้า(ผิวหนังชั้นนอก) หนังแท้(ผิวหนังชั้นใน) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง(ชั้นไขมันล่างสุดต่อกับอวัยวะภายใน)

คอลลาเจน จะอยู่ในผิวหนังชั้นที่สอง คือชั้นหนังแท้ (ผิวหนังชั้นใน) ถ้าขาดคอลลาเจนจะทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัย โดยปกติผิวหนังที่มีคอลลาเจนอยู่มากผิวจะมีความยืดหยุ่น เต่งตึง เรียบเนียน นอกจากผิวหนัง คอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เซลล์ยึดเกาะกัน

อีลาสติน (Elastin) มีความคล้ายคลึงกับคอลลาเจนมาก แต่สามารถยืดได้มากกว่า จึงเป็นตัวทำให้ผิวหนังของเรามีความยืดหยุ่นค่ะ อีลาสตินยังเป็นโครงสร้างสำคัญที่ยึดให้เซลล์ผิวเรียงตัวอย่างเหมาะสมอีกด้วย

ประโยชน์ของอีลาสติน

  • ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว
  • ป้องกันภาวะโรคกระดูกพรุน
  • ลดเลือนริ้วรอย
  • ชะลอความแก่
  • ผิวพรรณดูชุ่มชื้น
  • กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นสารอิ่มน้ำ กรดไฮยาลูรอนสามารถเติมความชุ่มชื้นและเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ทันที เมื่อผิวของเราแห้ง ไฮยาลูรอนก็จะช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู นุ่ม และชุ่มชื้น นั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าร่างกายมีปริมาณกรดไฮยาลูโรนิคไม่พียงพอ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ในส่วนของอีลาสตินเองก็จะหย่อนคล้อยลง เพราะผิวขาดน้ำไปค่ะ

คอลลาเจนมีกี่ประเภท ?

คอลลาเจนมีกี่ประเภท

ชนิดของคอลลาเจน มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด

  • คอลลาเจนเปปไทด์

คอลลาเจน Type 1 เป็นคอลลาเจนที่มีปริมาณมากที่สุด ถึง 90% ในร่างกาย พบมากในผิวหนัง เส้นผม เล็บ ผนังหลอดเลือด กระดูก เส้นเอ็น รวมถึงอวัยวะต่างๆ

คอลลาเจนชนิดนี้เป็นคอลลาเจนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกาย เพราะช่วยเสริมสร้างกระดูก ช่วยรักษาบาดแผล สร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง คอยปกป้องไม่ให้เนื้อเยื่อเกิดการฉีกขาด ในวัยเด็กเรามีคอลลาเจนชนิดที่ 3 มากที่สุดผิวจึงดูนุ่มเนียน สะดุดตา กว่าวัยไหนๆ เพราะมีคุณสมบัติให้ความยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยม และ เมื่อเราโตขึ้นคอลลาเจนชนิดที่ 1 จะถูกสังเคราะห์มาแทนที่คอลลาเจนชนิดที่3 ผิวจึงมีลักษณะต่างจากวัยเด็ก และเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อย ๆ คอลลาเจนก็จะผลิตได้น้อยลงส่งผลให้ผิวหย่อนยานค่ะ

  • คอลลาเจนไตรเปปไทด์

คอลลาเจน Type 2 เป็นคอลลาเจนที่สำคัญต่อร่างกายเช่นเดียวกัน เพราะคอลลาเจนชนิดนี้ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกอ่อนที่พบได้ในเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งหากกระดูกอ่อนมีความแข็งแรง ก็จะทำให้ข้อต่อต่างๆ ในร่างกายของเราแข็งแรงไปด้วย

ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันอาการเจ็บข้อต่อ หรืออาการของโรคไขข้อต่างๆ

  • คอลลาเจนไดเปปไทด์

คอลลาเจน Type 3 เป็นคอลลาเจนที่เป็นตัวสร้างอวัยวะและผิวหนังของเรา โดยมักพบพร้อมกันกับคอลลาเจนประเภทที่ 1 ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและกระชับ

อีกทั้งยังสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อภายในหัวใจ ดังนั้นหากร่างกายขาดคอลลาเจนประเภทที่ 3 อาจจะทำให้มีความเสี่ยงของเส้นเลือดแตก

สารที่ช่วยเสริมสร้างการผลิตคอลลาเจน 

สารที่ช่วยเสริมสร้างการผลิตคอลลาเจน 

  • วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซี ช่วยสร้าง คอลลาเจน เพราะวิตามินซีเป็นแหล่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน ควรทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น พริกหยวกแดง มะเขือเทศ บรอคโคลี มะเขือม่วง เป็นต้น

  • โพรลีน (Proline)

โพรลีน จัดอยู่ในกลุ่มกรดอะมิโนไม่จำเป็น (non-essential amino acid) ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความแก่ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ มีประโยชน์มากมายที่เกี่ยวข้องกับ proline ที่เราจะมาแบ่งปันกับทุกคนตามนี้เลยค่ะ:

  • ช่วยลดภาวะเป็นพิษ
  • ช่วยบำรุงผิว
  • การสร้างคอลลาเจนมีความสำคัญต่อกล้ามเนื้อ ข้อกระดูก และเส้นเอ็นต่างๆ
  • โพรลีน ช่วยในการปรับปรุงโครงสร้างผิว โดยช่วยในการผลิตคอลลาเจนและลดการสูญเสียของคอลลาเจน
  • ทำงานร่วมกับวิตามินซีเพื่อส่งเสริมสุขภาพของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
  • ช่วยในการบำรุงและป้องกันการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน
  • เสริมสร้างความแข็งแรงของข้อต่อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ

โพรลีนพบมากในเนื้อสัตว์, ผลมะเม่า, เมล็ดฟักทอง, เนื้ออกไก่, ปลาทูน่า, ถั่วเหลือง และโปรตีนของร่างกาย โดยเฉพาะในคอลลาเจน (collagen) ร่างกายสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนโพรลีน ได้จาก กรดกลูตามิก

  • ไกลซีน (Glycine)

ไกลซีน (glycine) หรือ กรดอะมิโนแอซีติก เป็นกรดอะมิโน ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด ไกลซีนเป็นกรดอะมิโนไม่จำเป็นชนิดหนึ่ง เป็นกรดอะมิโนที่พบเป็นส่วนประกอบของอาหารโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ น้ำนม และพบเป็นโครงสร้างหลักของคอลลาเจน (collagen) ซึ่งพบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไกลซีนจะพบได้มากในโปรตีนเจลาติน

  • ทองแดง Copper

เป็นองค์ประกอบหนึ่งของเอนไซม์หลายชนิด โดยเฉพาะเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์กรดอะมิโน ในเนื้อเยื่อคอลลาเจน (collagen) และอีลาสติน (elastin) รวมถึงบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน การแข็งตัวของเลือด และ เมทาบอลิซึมของคอลเลสเตอรอล เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทองแดงตามด้านล่างได้เลย:

  • ช่วยสร้างฮีโมโกลบินและผลิตพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยทำงานร่วมกันกับเหล็ก
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมเหล็กจากท่อทางเดินอาหาร
  • ช่วยในการเผาผลาญของโปรตีนและช่วยในการสมานแผล ให้แผลหายแร็วขึ้น
  • ทำงานร่วมกับวิตามินซี เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ร่างกายและ สร้างอีลาสติน ซึ่งมีความสำคัญในการบำรุงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเสริมสร้างและบำรุงกระดูก

แหล่งอาหารที่พบทองแดงได้มากที่สุด คือ ตับ ไต ผักใบเขียว สมอง หัวใจและถั่วเมล็ดแห้ง นอกจากนี้ก็จะพบได้มากในอาหารทะเลอีกด้วยค่ะ

โครงสร้างผิวประกอบด้วยคอลลาเจนกับอีลาสตินโดยเฉพาะคอลลาเจน จึงมีความสำคัญต่อโครงสร้างผิวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในอวัยวะอื่นๆ เช่น กระดูก เส้นเอ็น ข้อต่อ รวมถึงผมและเล็บ มีหน้าที่ในการประสานเชื่อมต่อเนื้อเยื่อต่างๆ สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับอวัยวะนั้นๆ ด้วย

จากข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคอลลาเจน ถือมีความสำคัญมากต่อร่างกายไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของริ้วรอย หรือเรื่องความสวยงาม แต่คอลลาเจนยังเป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ ที่สำคัญกับต่อ ข้อต่อ หลอดเลือด กระดูก

ดังนั้น เวลาเลือกทานอาหารถ้าเป็นไปได้ควรเลือกให้ครบ 5 หมู่ และเลือกทานอาหารที่มีคอลลาเจนดูนะคะ

อย่างไรก็ตามปริมาณคอลลาเจนจากในอาหารอาจยังไม่เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นการทานคอลลาเจนเสริมถือเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพเช่นกันค่ะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general