จะรู้ได้อย่างไรเมื่อเราแพ้ครีมกันแดด

จะรู้ได้อย่างไรเมื่อเราแพ้ครีมกันแดด

ครีมกันแดดมีไว้เพื่อปกป้องผิวของคุณ แต่ในบางกรณีอาจทำอันตรายมากกว่าดี ปัจจุบันเราสามารถตรวจได้ว่าผิวหนังของเรามีการตอบสนองต่อครีมกันแดดที่ผิดปกติหรือไม่? การแพ้ครีมกันแดดไม่ใช่เรื่องปกติ แต่สำหรับบางคนที่ใช้ครีมกันแดดบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นผื่น เราสามารถทดสอบด้วยตัวเองได้แบบง่าย ๆ โดยทาครีมกันแดดบนผิวหน้า หรือ ผิวบริเวณท้องแขน ถ้าพบว่ามีผื่นแดงเกิดขึ้นใน 48 ชั่วโมง แสดงว่าเราอาจแพ้ครีมกันแดดยี่ห้อนั้น แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดผื่นแพ้อาจเกิดจากการทาครีมกันแดดผิดวิธี เช่น ทาในปริมาณที่มากเกินไป ปริมาณ SPF (Sun Protection Factor) น้อยเกินไป มากเกินไป หรือ ไม่เหมาะสมกับกิจกรรม การทาไม่ทั่วถึง รวมถึงการทาเพียงครั้งเดียวแต่ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานด้วยนะคะ

 

อาการแพ้ กับ แดดเผาต่างกันอย่างไร?

อาการแดดเผา
เป็นอาการที่ผิวหนังโดนรังสี UV จากแสงแดดเผาไหม้ลงมาที่ผิวเราโดยตรง ซึ่งความหนักเบาจะขึ้นอยู่กับว่าแดดแรงแค่ไหน ลักษณะของผิว และ ระยะเวลาที่อยู่กลางแดด แต่โดยทั่วไปแล้วการอยู่กลางแดดจัด ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง บางคนก็อาจจะเริ่มมีอาการที่ยกมาแล้วค่ะ

  • ผิวหนังแสบแดง อาจถึงขั้นเป็นแผลพุพองถ้ารุนแรงมาก ซึ่งจะแสดงอาการตั้งแต่ 2 – 6 ชั่วโมงหลังถูกแดด และจะแสดงอาการขั้นรุนแรงที่สุดในช่วง 12 – 24 ชั่วโมง
  • ผิวหนังลอก แตกเป็นขุย หลังจากโดนแดดไปแล้ว 4 – 7 วัน (หรือเร็วกว่านั้นสำหรับบางคน) อาการขั้นร้ายแรง เช่น รู้สึกหนาวสั่น เป็นไข้ คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ ขาดน้ำ หากรุนแรงมากอาจช็อคและถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยลค่ะ

อาการที่เกิดจากการแพ้ครีมกันแดด
ผื่นคัน แดง อาจเกิดตุ่มน้ำใส มักพบในบริเวณที่ทาครีมกันแดด หรือ บริเวณที่โดนแดด เช่น คอ หลังมือ แขน โรคที่เกิดจากการแพ้ครีมกันแดด ที่พบบ่อย มีอยู่ 2 โรค คือ

  • การแพ้ของผิวหนังต่อส่วนผสมในครีมกันแดด (Allergic contact dermatitis)โดยไม่ต้องมีแสงแดดมาเกี่ยวข้อง
    แพ้ส่วนผสม และต้องได้รับรังสี UV ร่วมด้วย (Photoallergic contact dermatitis) พบว่า chemical sunscreen, น้ำหอม, สารกันเสีย เช่น พาราเบน เป็นสามสาเหตุหลักของโรค
  • อาการแพ้ครีมกันแดดพบบ่อยในผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ , ผู้ที่ทาครีมกันแดดบนผิวที่ถูกแดดเผาไหม้ และ ผู้ที่มีสภาพผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) พบในผู้หญิงได้บ่อยกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงใช้เครื่องสำอางที่มี SPF

จะเห็นได้ว่าข้อแตกต่างของผิวที่ถูกแดดเผา กับ ผิวที่แพ้ครีมกันแดด คือ ลักษณะอาการแดดเผา ผิวหนังจะมีอาการลอก เป็นแผลพุพอง แสบ และ แดง ในขณะที่อาการแพ้ครีมกันแดด ผิวหนังจะมีผื่นขึ้น แดง และ คัน อาการอักเสบอาจไปจนถึงเกิดตุ่มพองใส ๆ ขึ้นค่ะ

 

ลักษณะของผิวมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการแพ้หรือไม่?

ลักษณะของผิวเป็นปัจจัยหนึ่งของอาการแพ้ ยิ่งผิวบอบบางแพ้ง่าย ยิ่งระคายเคืองจากสิ่งภายนอกได้ง่ายมากค่ะ สภาพผิวมักแห้งกร้าน และ ลอกเป็นขุย มักจะมีอาการแดงและคันได้ง่ายผิวจะแสดงอาการแพ้เมื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือ สัมผัสกับเสื้อผ้าบางชนิด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผสมน้ำหอม เช่น เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว รวมถึงครีมกันแดด พบว่า สารกันเสียและน้ำหอม เป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้เป็นลำดับต้นๆ แต่ระดับการแพ้ง่ายจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน

ผิวแพ้ง่ายต่างจากภูมิแพ้อย่างไร

  • ผิวบอบบางแพ้ง่ายมักเกิดอาการแดง คัน ระคายเคือง จากการสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง เช่น น้ำหอม คนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย อาการคันหรือระคายเคืองผิวไม่ใช่อาการแพ้หรือโรคภูมิแพ้เสมอไป
  • ส่วนอาการภูมิแพ้เกิดจากระบบร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก มักแสดงออกมาในรูปแบบการแพ้ต่าง ๆ เช่น น้ำมูกไหล ไอ จาม หรือมีผื่นค่ะ

 

ใช้เวลานานแค่ไหนอาการแพ้จึงแสดงออก?

ทดสอบโดยการทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วสังเกตว่ามีอาการบวมแดงหรือไม่ค่ะ ถ้าปรากฏอาการแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่งที่ผสมอยู่ในครีมกันแดด แต่บางคนเรียกว่าประเภทdelay sensitivity ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ เพราะฉะนั้น จึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง เลยละค่ะ

 

สัญญาณของอาการแพ้ครีมกันแดด

ในบางคนมีการแสดงอาการแพ้ที่ไม่รุนแรงมาก แต่บางคนอาจมีการแสดงอาการแพ้รุนแรงมาก ถึงขั้นต้องไปพบแพทย์เลยละค่ะ อาการแพ้จะแตกต่างกันไปในบริเวณที่ผิวเกิดการอักเสบ และไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการทั้งหมด บางคนอาจจะมีอาการแค่ผิวแห้งคัน เป็นผื่น หรือ เกิดอาการคันตามผิวหนังแต่ไม่มีผื่นขึ้น อาจจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงแต่ในคนที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นมีแผลพุพองได้

 

ผื่นลมพิษ

ผื่นลมพิษมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นแดง ๆ ไม่มีขุย คัน เมื่อผื่นหายจะราบไม่เหลือรอย ผื่นแต่ละจุดมักจะอยู่ไม่นาน ส่วนมากไม่เกิน 24 ชั่วโมงบางครั้งมีอาการบวมร่วมด้วย เกิดได้จากอาการแพ้สารเคมี

 

รอยนูนแดง

อาการหน้าแดง รอยนูนแดงอักเสบ หลอดเลือดฝอยขยายที่หน้า มักจะมีประวัติเคยมีอาการเป็นผื่นขึ้นเมื่อโดนความร้อน แสงแดด การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบได้มากในคนผิวขาว

 

ตุ่มบวมอักเสบ

เกิดอาการรู้สึกคันยิบ ๆ หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ถ้ายังไม่หยุดใช้ ผิวของเรานอกจากจะเป็นผื่นแดงแล้ว ยังทำให้ เกิดตุ่มอักเสบขึ้น มีลักษณะ เป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำ ห้ามเกานะคะ เพราะจะยิ่งทำให้อักเสบมากขึ้น

 

แผลพุพอง

แผลพุพองมี 2 แบบ
ผิวหนังมีแผลพุพอง มีน้ำข้างใน บางครั้งอาจเป็นตุ่มหนองเมื่อแตกออกมาแล้วจะมีสะเก็ดสีน้ำตาลหรือเหลือง เกิดขึ้นได้บ่อยบริเวณใบหน้า
แผลพุพองแบบไม่มีตุ่มน้ำ ผิวจะเป็นตุ่ม ผื่นแดง แผลเกิดจากการเกา จะไม่รู้สึกเจ็บที่แผลแต่จะมีอาการคัน แผลอาจกระจายเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรเกาหรือสัมผัสแผล

 

ผิวแห้งแตก เลือดออก

ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีส่วนผสมของสารที่ทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติโดนทำลาย ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้สารก่อภูมิแพ้ซึมผ่านผิวหนังได้ง่ายกว่าผิวปกติค่ะ

เมื่อผิวแห้งแตก จึงเสี่ยงต่ออาการระคายเคือง และ สามารถก่อให้เกิดเป็นอาการแพ้ที่รุนแรงขึ้น ไปจนเกิดอาการผิวหนังเป็นผื่นแดงแห้ง แตกมีอาการคันจนผิวลอก เลือดออก แนะนำว่าไม่ควรแกะเกาบริเวณ ที่มีอาการนะคะ เพราะอาจเหตุให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้เนื่องจากโรคผิวหนังอักเสบมีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังได้ด้วยค่ะ

 

ผิวหนังลอก เป็นขุย

น้ำหอม สารเคมีบางอย่างในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นเนื่องมาจาก ผิวขาดน้ำผิวไม่เรียบเนียน นำไปสู่อาการผิวแห้ง ซึ่งทำให้สารระคายเคืองเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น อาการผิวแห้งมาก ผิวหน้าแห้งเป็นขุยทำให้การผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ไม่ดี จึงมีผิวที่เสื่อมสภาพสะสมอยู่ผิวจึงเกิดการเป็นขุย ลอก และ คัน

 

ปวด บวม บริเวณที่มีอาการแพ้

อาการแพ้ที่เกิดจากการสัมผัสกับสารก่อระคายเคือง จะมีอาการคัน ตึงผิวหนังบริเวณที่มีอาการแพ้มีอาการผื่นแดง บวม ถ้าเป็นน้อยๆ อาจเห็นแค่หนังตาบวม ถ้าเป็นมากอาจพบผื่นบวมทั้งหน้า บางครั้ง ถ้าแพ้มาก อาจมีอาการทางด้านระบบอื่นของร่างกาย ถึงขั้น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เลยละค่ะ

 

เคล็ดลับการป้องกันดูแลผิวจากแสงแดด

การป้องกันดูแลผิวจากแสงแดดเริ่มได้ง่าย ๆ ด้วยการทาครีมกันแดดทุกวันค่ะ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF ที่ไม่น้อยกว่า 30 ก่อนออกแดด ประมาณครึ่งชั่วโมงและควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงหรือแม้วันไหนที่ไม่มีแดดเราก็ต้องทาครีมกันแดดค่ะ ถึงจะเป็นวันที่ฟ้าหม่นก็ห้ามชะล่าใจเลยละค่ะ แต่ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดครีมกันแดด และ ค่า SPF ที่เหมาะสมกับลักษณะผิว และ กิจกรรมที่ทำในวันนั้น ๆ นะคะ

 

เลือกประเภทครีมกันแดดที่เข้ากับผิว

การเลือกครีมกันแดดควรดูจากประสบการณ์ วัดความพึงพอใจจากการใช้จริง เช่น ใช้แล้วเหนียวเหนอะหนะผิวหรือเปล่า เกลี่ยง่ายหรือไม่ ทาแล้วผิวมันเกินไปหรือไม่ หรือเกิดผลเสียก็ให้หยุดใช้ทันทีค่ะ นอกจากนั้น แนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่ไม่ก่อสิว ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันไม่ใส่สารกันเสียไม่ผสมน้ำหอม เพราะส่วนผสมเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้ผิวแพ้และระคายเคืองได้ ยิ่งสำหรับผิวแพ้ง่ายควรเลือกครีมกันแดดไม่ผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งค่ะ

 

รู้จักค่า SPF ที่เหมาะกับเรา

SPF ย่อจาก Sun Protection Factor ( ค่ากันแดด ) ตามด้วยตัวเลข เช่น SPF 15 โดยตัวเลขที่ตาม คำว่า SPF หมายถึง ระดับความสามารถของครีมกันแดด ที่จะปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีรังสี UV นั่นคือถ้าตัวเลขสูงสามารถป้องกันผิวหนังจากแสงแดดได้นานกว่า เช่น SPF 40 ป้องกันได้นานกว่า SPF 15 เป็นต้น แต่ทั้งนี้ SPF สูงมาก ๆ ไม่ได้ตอบโจทย์เสียทั้งหมด แสงแดดในประเทศไทย ค่า SPF 30 ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ออกกลางแจ้งเป็นประจำ สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในตัวอาคารเป็นส่วนใหญ่ SPF 15 ก็อาจเพียงพอแล้ว แต่นอกจากค่า SPF แล้ว ขึ้นอยู่กับลักษณะผิว และ ไลฟ์สไตล์ด้วยนะคะ ที่สำคัญต้องทาซ้ำระหว่างวัน อย่างน้อยทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมงค่ะ

 

เลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง

นอกจากการทาครีมกันแดดแล้ว การเลี่ยงที่จะโดนแสงแดดโดยตรง ยังมีวิธีอื่นอีกนะคะ เพื่อป้องกันผิว ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ

  • สวมหมวกป้องกัน ไม่ว่าจะอยู่ริมชายหาด หรือว่าเดินอยู่ในเมือง ก็ควรสวมหมวกเพื่อป้องกันแสงแดดที่จะมาทำร้ายผิวหน้าของเราค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหมวกแก๊ป หรือ หมวกปีกกว้าง นอกจากป้องกันแสงแดดแล้วยังอาจเป็นสไตล์ที่ดีด้วยนะคะ
  • กฎของเงา ป้องกันตัวเองจากแสงแดดโดยใช้กฎของเงาค่ะ หลีกเลี่ยงแสงแดดจนกว่าเงาจะยาวกว่าตัวของเรา ช่วงเช้าก่อนเวลา 11.00 น. และ ช่วงเย็นหลังเวลา 14.00 น. จะเป็นช่วงที่ปลอดภัย เพราะจะมีรังสี UVB น้อยค่ะ
  • เสื้อผ้า เสื้อผ้าแขนยาว เนื้อแน่น สีเข้ม หรือ เนื้อหนา จะป้องกันแสงทุกประเภทได้ประมาณ 90% ปัจจุบันเสื้อผ้าบางแบรนด์ก็ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพป้องกันแดดได้ในระดับหนึ่งค่ะ
  • ร่ม เนื้อผ้าของร่มส่วนมากป้องกันแสงแดดได้ดีประมาณ 80-90% ประสิทธิภาพของร่มในการป้องกันแสงแดดขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์และระยะห่างของร่มจากผู้ใช้ด้วยค่ะ ถ้าร่มและตำแหน่งของดวงอาทิตย์อยู่เหนือศีรษะพอดีจะป้องกันได้ดีที่สุด แต่ว่าโลกมีการเคลื่อนที่ดวงอาทิตย์จึงไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดเวลา

นอกจากเลือกใช้ครีมกันแดดให้เข้ากับผิวแล้ว ควรระวังเรื่องอาการแพ้ครีมกันแดดด้วยนะคะ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากสารเคมีที่ผสมอยู่ในครีมกันแดด หรือ เมื่อทาครีมกันแดดแล้ว ครีมมีปฏิกิริยากับรังสี UV ก่อให้เกิดอาการแพ้ขึ้น นอกจากทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิว เรายังสามารถเลือกสวมหมวก หรือสวมเสื้อคลุมแขนยาวเป็นการเพิ่มเกราะป้องกัน ไม่ให้ผิวต้องปะทะกับแสงแดดโดยตรงได้อีกทางหนึ่ง เพราะว่า ครีมกันแดดเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ช่วยป้องกันผิวเราจากรังสี UV ดังนั้นดูแลสุขภาพผิวกันนะคะ ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน สวมหมวก กางร่ม เลี่ยงการออกจากบ้านในเวลาที่แดดจัดค่ะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general