ผลเสียของการไม่ใช้ ครีมกันแดด

ในชีวิตประจำวัน เราต้องเจอกับมลภาวะต่าง ๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งแดด ทั้งฝุ่น โดยเฉพาะแสงแดดเป็นตัวการสำคัญในการทำลายผิวส่งผลเสียของการไม่ใช้ ครีมกันแดดให้แก่ผิว เช่น เกิดอาการผิวไหม้แดด หมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่น ผิวแก่ก่อนวัย และที่น่ากลัวกว่าคือ ส่งผลในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

แนะนำว่าให้ทากันแดดทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่ดูเหมือนจะไม่มีแดดก็ตามค่ะ แม้แต่ตอนอยู่ในบ้าน ในออฟฟิศ ก็ยังมีแสงไฟนีออน แสงฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ และมือถือ หากไม่ทาอาจจะส่งผลในระยะยาว เพราะแสงแดดสามารถส่งรังสีที่ลงลึกไปทำร้ายได้ถึงเซลล์ผิวชั้นในเลยนะคะ

ผลเสียของการไม่ทากันแดด

ประโยชน์ของครีมกันแดด

  • ปกป้องผิวไม่ให้ถูกแสงแดดเผาหรือทำลาย
  • ป้องกันการเกิด จุดด่างดำ
  • ปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVA, UVB
  • ปกป้องผิวจากมลภาวะ ผิวจึงไม่แห้งกร้านเสีย
  • ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • ป้องกันการเกิดฝ้า กระ
  • ป้องกันมะเร็งผิวหนัง
  • ป้องกันปัญหาริ้วรอย หรือผิวแก่ก่อนวัย

เหตุผลที่เราต้องทาครีมกันแดด

เหตุผลหลัก ๆ ที่เราควรทาครีมกันแดด เพราะว่า รังสี UV จากแสงแดดมีส่วนเป็นอย่างมากในการทำลายเซลล์ผิวหนัง ทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นที่มาของริ้วรอย เหี่ยวย่น ผิวดูแก่กว่าวัย และ ยังอันตรายถึงขั้นทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวได้รับความเสียหาย หากตากแดดบ่อยๆ โดยที่ผิวหนังไม่ได้รับการป้องกัน จะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง
ดังนั้นการทาครีมกันแดดทุกวัน จะช่วยรักษาคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว ให้คงความยืดหยุ่นและลดปัญหาผิวเสีย หมองคล้ำ ผิวแก่กว่าวัย ฝ้า กระ ซึ่งเกิดจากแสงแดดที่มาทำลายชั้นผิว หรือ การถูกแดดเผา การทาครีมกันแดดทุกวันเป็นการป้องกันผิว และลดการเกิดริ้วรอยที่ดีค่ะ

ผลเสียของการไม่ใช้ ครีมกันแดด

การไม่ใช้ครีมกันแดดอาจทำให้เกิดผลทั้งระยะสั้นและระยะยาวดังนี้

ปัญหาริ้วรอย ผิวแก่ก่อนวัย

สำหรับสาว ๆ และ หนุ่ม ๆ ที่ยังคิดว่าไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะบางวันฟ้าหม่นไม่มีแดดรังสี UV ไม่ได้หยุดทำงานไปด้วยนะคะ อย่าลืมว่า UV เป็นตัวการทำให้เราเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น

ยิ่งเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวหนังก็ยิ่งน้อยลง หากผิวเจอกับรังสี UVA (Aging) เป็นตัวทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังเร่งให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีก

ส่วนรังสี UVB นอกจากจะเป็นตัวเร่งให้ผิวดูแก่กว่าวัย หมองคล้ำ แล้วยังทำให้ผิวไหม้แสบ

ปัญหาริ้วรอยจากการไม่ทากันแดด

มะเร็งผิวหนัง

ผลจากความผิดปกติในการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังจนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผิวหนังในทุกส่วนของร่างกาย และอาจกระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงหรืออวัยวะส่วนอื่น ๆ ได้ หากระยะของโรครุนแรงมากขึ้น

สาเหตุของการเกิดความผิดปกติในเซลล์ผิวหนัง ส่วนใหญ่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดด

เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง ถ้าทำงานในออฟฟิศ แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป จนถึง SPF 30 ทุกวันจึงจะเหมาะสม

ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปข้างนอกอย่างน้อย 20-30 นาที ควรทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ผิวไหม้ ถูกทำร้ายจากแสงแดด

ผิวไหม้แดดไม่รุนแรงมาก :

จะมีอาการปวดแดงเป็นเวลาประมาณ 3-5 วัน และอาจมี ผิวลอก เนื่องจากการผลัดเซลล์ผิวเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน

ผิวไหม้แดดรุนแรงปานกลาง :

จะมีอาการเจ็บหรือรู้สึกปวดมากกว่าปกติโดยผิวหนังบวมแดงรู้สึกแสบร้อนเมื่อแตะโดน ปกติใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการฟื้นฟู และผิวอาจลอกออกหลังจากหายเป็นปกติแล้วประมาณ 2-3 วัน

ผิวไหม้แดดรุนแรงมาก :

จะมีอาการแดงมากและอาจมีตุ่มน้ำที่รู้สึกแสบร้อนเกิดขึ้น อย่าพยายามเร่งให้ตุ่มน้ำนั้นแตกนะคะ จะยิ่งแสบ ปวด มากขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือนอนพักรักษาตัวที่บ้าน และอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าสภาพผิวจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติค่ะ หากผิวไหม้แดดมีอาการรุนแรงมาก หรือมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

เปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์ผิวหนัง

โดยปกติเซลล์ผิวหนังแต่ละชั้นจะมีหน้าที่ต่าง ๆ กัน ซึ่งประกอบด้วยผิวหนัง 3 ชั้น

ผิวชั้นหนังกำพร้า :

จะอยู่ชั้นบนสุดทำหน้าที่ช่วยปกป้องผิวเราจากสารพิษ, แบคทีเรีย, การสูญเสียน้ำ และ ผลัดเซลล์ผิว

ผิวหนังชั้นแท้ :

ส่วนประกอบหลักที่พบคือ คอลลาเจน และ อีลาสติน, เนื้อเยื่อซึ่งให้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ สารhyaluronic acid ที่อยู่ในผิวหนังชั้นแท้ คือสารที่ยึด คอลลาเจน และ อีลาสติน ไว้ด้วยกันและมีความสามารถในการกักเก็บน้ำในผิวได้ดี

แต่กิจวัตรประจำวันและปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ มีผลต่อระดับคอลลาเจนอีลาสติน เพราะ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การผลิตคอลลาเจนอีลาสตินและความสามารถในการกักเก็บน้ำของไฮยาลูรอนลดลง ผิวจึงขาดความกระชับ ยืดหยุ่น และเป็นที่มาของการเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง

ผิวหนังชั้นไขมัน :

ประกอบด้วยไขมัน, โปรตีนคอลลาเจน และ หลอดเลือดต่างๆ ที่มาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ทำหน้าที่กักเก็บพลังงาน เป็นเหมือนเบาะกันกระแทกให้กับอวัยวะภายใน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อเซลล์ผิว ถ้าไม่ทาครีมกันแดด คือรังสี UV เข้าไปทำลายก่อให้เกิดความเสียหายในชั้นผิวหนัง ซึ่งรังสี UVA สามารถเจาะลึกผ่านลงไปถึงผิวชั้นล่าง (ชั้นหนังแท้) เป็นตัวการสำคัญในการทำร้ายผิวส่งผลในระยะยาวต่อการก่อตัวของอนุมูลอิสระ ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อ DNA รังสี UV ทั้ง 2 ชนิด UVA / UVB สามารถสร้างความเสียหายให้เซลล์ผิวได้ทั้งคู่ และเมื่อเกิดการก่อตัวของอนุมูลอิสระที่มากเกินไป ยิ่งทำให้เซลล์ผิวเสียหายมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ความเจ็บป่วยเรื้อรัง และโรคอื่น ๆ รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนัง มีวิจัยว่า 90% ของมะเร็งผิวหนังเป็นผลมาจากแสงแดด เป็นเหตุผลที่เราควรทาครีมกันแดดทุกวัน และถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงเวลาที่แสงแดดแรงที่สุดของวันค่ะ

ผลข้างเคียงต่อเซลล์ผิวหนัง

 ผลข้างเคียงต่อเซลล์ผิวหนัง

รอยเหี่ยวย่น

จากความเสียหายที่เกิดจากรังสี UVA / UVB ต่อผิวหนังชั้นล่าง(ชั้นหนังแท้)ส่งผลต่อการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน อีกทั้งทำให้ผิวขาดน้ำ ซึ่งเป็นที่มาของริ้วรอยบนผิวหน้าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของสาว ๆ รังสี UV แสงไฟในอาคาร และแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รวมกันเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลให้เกิดรอยเหี่ยวย่นและผิวดูแก่กว่าวัยนั่นเองค่ะ

ฝ้า กระ จุดด่างดำ

แสงแดด เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ รังสี UV กระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิวโดยตรง หน้าที่ของเมลานินเป็นเหมือนเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ และช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV เมื่อเราอยู่กลางแดด ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเพราะร่างกายผลิตเมลานินเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าเราเจอแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ผิวหน้าหมองคล้ำ ดูไม่กระจ่างใส เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการอยู่กลางแดดนานเกินไป

การสวมเสื้อแขนยาว และการใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดจุดด่างดำได้ค่ะ

โรคเส้นเลือดฝอยโป่งพอง

โรคเส้นเลือดฝอยโป่งพอง อาการคือ สามารถเห็นเส้นเลือดฝอย ที่แตกแขนงออกมาหลายๆ เส้นปรากฏบนผิวหนังได้ อาการของโรคนี้เกิดขึ้นได้ตามผิวหนังทั่วร่างกาย หรืออาจเป็นเฉพาะที่ก็ได้ ที่มาของโรคยังไม่ทราบแน่ชัดนะคะ อาจขึ้นได้จากหลายอย่าง เช่น กรรมพันธุ์ และ ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ หนึ่งสาเหตุสำคัญที่เป็นไปได้ก็คือ ผิวหนังที่ถูกรังสี UV เข้าไปทำร้ายจนผิวบางลง ทำให้เห็นเส้นเลือดฝอยได้ชัดเจน

ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายตกลง

แสงแดดในช่วงเวลาที่เหมาะโดยเฉพาะตอนเช้าช่วยให้ร่างกายจะได้รับวิตามิน D ซึ่งสำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง แต่แสงแดดยังประกอบด้วยรังสี UVA, UVB และ UVC ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายทำให้ตาเป็นต้อกระจกสร้างความเสียหายให้ผิวหนัง

อีกทั้งรังสี UV เป็นอันตรายต่อ DNA และส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันถูกกด เกิดเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคมะเร็งตามมา

นอกจากนี้การได้รับรังสี UV มากเกินไปยังส่งผลให้วัคซีนทำงานได้ไม่เต็มที่อีกด้วย

ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดขาว

ผลเสียจากรังสี เป็นที่มาของสาเหตุที่เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายด้วย เซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำอันตรายต่อร่างกาย ถ้าเราโดนรังสี UV ซ้ำบ่อยๆ ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ เมื่อรังสี UV เข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวและกดระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการตากแดดเป็นเวลานานยิ่งทำให้เกิดผดผื่นง่ายขึ้น และเป็นสาเหตุทำให้เกิด ผิวหนังอักเสบ ได้อีกด้วยค่ะ

แผลอักเสบ ไหม้ จากแดดเผา

การอยู่กับแสงแดดเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า แดดเผาได้ โดยผิวที่สัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานในบริเวณนั้น จะค่อยๆ เกิดรอยไหม้ อาการของผิวไหม้แดดที่สังเกตได้ชัด คือ บริเวณผิวหนังส่วนนั้น จะมีอาการแสบร้อน บวม แดง หรือ เกิดอาการคันร่วมด้วย หลังจากนั้นอาจเกิดรอยแดงช้ำเป็นปื้นใต้ชั้นผิวหนัง ได้

เพื่อไม่ให้ผิวถูกแดดเผาจนส่งผลให้เกิดเป็นแผลอักเสบ เราป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดดค่ะ โดยการเลือกครีมกันแดดที่ดีที่สุด รวมถึงมีค่า SPF 30 ขึ้นไป และป้องกันได้ทั้งรังสีUVA / UVB ค่ะ

ถ้ามีอาการแดดเผา หรือ ผิวไหม้แดด รุนแรงขึ้น เช่น รู้สึกเจ็บบริเวณแผลนานเกิน 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

แผลเป็น

บริเวณที่เป็นแผลผิวจะมีความบอบบางมากเมื่อโดนแสงแดดอาจทำให้มีสีคล้ำชัดเจนขึ้น แนะนำว่า ใช้ครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนออกแดดทุกครั้ง หรือใช้เทป แผ่นปิดแผลที่นอกจากจะสามารถช่วยหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว ยังช่วยลดแรงตึงบริเวณแผลได้ ควรงดออกกำลัง หรือเคลื่อนไหวบริเวณนั้นๆ เนื่องจากการขยับเนื้อเยื่อที่เป็นแผลจะรบกวนกระบวนการซ่อมแซมตนเองของเซลล์ผิวและก่อให้เกิดแผลเป็นได้

จากข้อมูล ผลเสียของการไม่ทากันแดด คงเห็นแล้วว่ารังสี UV สามารถส่งผลในระยะยาวที่น่ากลัวได้นะคะ ดังนั้นไม่ควรชะล่าใจในการทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่ใช่แค่ป้องกันผิวเพื่อความสวยงาม แต่เพื่อป้องกันผิวจาก โรคต่าง ๆ หรือ อาการแพ้ ที่อาจเป็นสาเหตุร้ายแรงส่งผลถึงชีวิตได้ สุขภาพสำคัญมาทาครีมกันแดดทุกวันกันนะคะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general