วิธีการเลือกสบู่

มีใครเคยสงสัยมั้ยว่าในชีวิตประจำวัน เราเลือกสิ่งที่จำเป็น และสำคัญต่อร่างกายเราอยู่จริง ๆหรือเปล่า เวลาที่เลือกซื้อสบู่ เราเลือกซื้อด้วยเหตุผลอะไร ซื้อเพราะตามโฆษณา หรือเลือกซื้อจากสิ่งที่ผิวเราต้องการจริง ๆ ถึงเวลาที่เราจะใส่ใจกับสบู่ กันแล้วละค่ะ ว่าสบู่ที่เรากำลังใช้เป็นประโยชน์ต่อเราจริง ๆ เราต้องการสบู่ที่บำรุงผิว สบู่ที่ทำความสะอาดร่างกายได้ดี หรือสบู่ฆ่าเชื้อโรค เพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกในปัจจุบันกันค่ะ

คุณเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณหรือเปล่า?

สบู่ที่ใช้อยู่ตอนนี้ เป็นสบู่ที่ใช่สำหรับคุณ ตอบโจทย์ความต้องการจริง ๆ? สบู่เป็นตลาดสินค้าที่โตขึ้นทุกวันทำให้มีหลายแบรนด์ทั้งในประเทศ และแบรนด์ต่างประเทศแข่งขันกันพัฒนาสูตรให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะมีเยอะจนเราเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ท่ามกลางสบู่เหล่านี้แบบไหนที่สำคัญ และจำเป็นกับผิวของเรา

ส่วนผสมของสบู่ผิวขาว 

ในสังคมที่ยกย่องความสวย ด้วยผิวขาวเป็นลำดับต้น ๆ ทำให้มีสบู่หลายแบรนด์ที่ออกมาเพื่อผู้ใช้ที่ต้องการมีผิวที่ขาวขึ้นแต่ไม่ต้องการใช้ครีมบำรุง สบู่ผิวขาวจึงเป็นที่นิยมของ สาว ๆ ไม่น้อยเลยค่ะแล้วในนั้นมีส่วนผสมของอะไรอยู่บ้างนะ

กลูต้าไธโอน

สารอาหารบำรุงผิว ขับสารพิษในผิวช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส เป็นส่วนผสมสำคัญที่ควรมองหาสำหรับสบู่ที่ช่วยปรับสีผิวให้ขาวได้ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่อ่อนแอ เป็นส่วนผสมยอดนิยมสำหรับสบู่ผิวขาวลำดับต้น ๆ ค่ะ

กรดโคจิก

เป็นสารที่เกิดจากธรรมชาติค่ะ เกิดจากการหมักกลูโคส กับ เชื้อรา จึงได้เป็นกรดโคจิกที่มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดการเกิดสารอนุมูลอิสระ ปรับสีผิวให้เนียนสม่ำเสมอ จึงนิยมนำมาทำเป็นสบู่

วิตามินบี 3

ช่วยลดรอยจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสแถมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยค่ะ ถ้าหากเรารักษาสิวบนใบหน้าเหลือร่องรอยจากสิวสบู่ที่มีส่วนประกอบของวิตามินบี3 ช่วยให้รอยจางลงและผิวเรียบเนียนขึ้นได้

สารสกัดจากมะละกอ

มะละกอเต็มไปด้วยสารอาหารบำรุงผิวมีวิตามิน A วิตามิน E และวิตามิน C ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งทำให้ผิวขาวเนียน ใส ผิวที่คล้ำจะดูขาวใสขึ้น และสารสกัดจากมะละกอทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น หากมีรอยแผลสามารถช่วยให้รอยจางลงได้ สารสกัดจากมะละกอมีความเข้มข้นเข้าสู่ผิวได้ลึกกว่ากรดน้ำนมหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสารสกัดจากผลไม้ชนิดนี้จึงช่วยให้ ผิวมีสุขภาพดีมากขึ้นค่ะ

สารต้านอนุมูลอิสระ 

ช่วยรักษาผิวจากการถูกแสงแดด เติมความชุ่มชื้น บำรุงผิวให้แข็งแรงการใช้สารต้านอนุมูลอิสระมาเสริมยิ่งช่วยให้ผิวมีกำลังรับมือกับสารอนุมูลอิสระมากขึ้น นอกจากนี้การใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระมีประโยชน์ในการปรับความสม่ำเสมอของสีผิว ปรับผิวที่แห้งกร้านให้นุ่มเนียนขึ้น

เข้าใจประเภทผิวของคุณ 

เดี๋ยวนี้เวลาเดินเข้าร้านมองหาเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดร่างกายมีมากมายจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว หัวใจสำคัญของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และบำรุงผิวต้องไม่ลืมว่าผิวของเราต้องการอาหารผิว และการดูแลที่ต่างกัน สบู่ก็เป็นส่วนสำคัญในการดูแลผิวขั้นหนึ่งนะคะ มาตั้งใจฟังร่างกาย ฟังผิวของเราว่าผิวลักษณะเราต้องการ การดูแล และสารอาหารผิวแบบไหน

ผิวแห้ง

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรเลือกใช้สบู่ที่มีสูตรผสมกรีเซอรีน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวค่ะ เป็นไปได้ควรเลี่ยงสบู่ที่มีโซเดียมลอเรทซัลเฟตเพราะเป็นสารที่ทำให้ผิวแห้งอยู่แล้ว และแน่นอนว่าควรเลือกสบู่ที่ไม่ผสมน้ำหอม หรือน้ำมันหอมระเหย เพราะอาจยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองมากขึ้นค่ะ 

ผิวมัน

ผู้ที่มีผิวมันควรเลือกใช้สบู่กลีเซอรีน เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวแห้งจนเกินไปค่ะ ถ้าหากผิวแห้งร่างกายย่อมทำงานตามกลไกผลิตน้ำมันออกมาเพิ่ม เป็นที่มาของปัญหารูขุมขนอุดตัน ไปจนเกิดสิวค่ะ ควรเลือกสบู่ที่ไม่ผสมสารกันเสียด้วยนะคะ เพราะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน

ผิวแพ้ง่าย

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยงสบู่ที่มีส่วนผสมของสารเคมี เป็นไปได้ควรเลือกสบู่ที่ทำจากธรรมชาติ เนื่องจากมีค่า PH ไม่สูงทำให้ผิวไม่ระคายเคือง ดังนั้นถ้าเราสังเกตุผิวของเราเอง และรู้ว่าเราจัดอยู่ในหมวดผิวแพ้ง่ายแล้วละก็ย้ำเลยนะคะว่า สบู่ที่ต้องเลี่ยงคือสบู่ทุกชนิดที่ผสมสารเคมีค่ะ 

ผิวผสม

จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีลักษณะเป็นผิวผสม วิธีสังเกตุที่เป็นที่นิยมก็คงเป็นการสังเกตุจากผิวหน้าค่ะ เพราะผู้ที่มีผิวผสม จะมีความมันในบริเวณ ที-โซน  หน้าผาก จมูก แต่บริเวณแก้มจะแห้ง แล้วจะเลือกสบู่ชนิดไหนดี ไม่แนะนำให้เลือกสบู่ที่เน้นไปในด้านผิวมัน หรือผิวแห้ง ควรเลือกเป็นสบู่ที่มีกลีเซอรีนเป็นส่วนผสม เพราะทำให้ผิวชุ่มชื้นได้โดยไม่ทำให้ผิวเกิดความมันค่ะ

ผิวธรรมดา 

สามารถใช้สบู่ได้หลายชนิดค่ะ เพราะผิวธรรมดาจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรูขุมขนอุดตัน หรือผิวแห้งแต่ก็ต้องไม่ลืมอ่านฉลากนะคะ เพราะถึงสบู่จะพัฒนาขึ้นมากจนปลอดภัยต่อผิว แต่ยังมีสารเคมีอันตรายบางชนิดที่ซ่อนอยู่ และทุกสภาพผิวก็ควรเลี่ยงค่ะ

ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง 

สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านผิวหนังไม่ว่าจะเป็นสภาพผิวแบบไหน ควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพผิว บางอย่างเราจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์โดยเฉพาะค่ะ

อะไรคือสิ่งที่เราควรรู้บนฉลาก? 

แม้จะมีโฆษณาออกมามากมายสำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และ บำรุงผิวว่า ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นที่จะซื้อสินค้ามาใช้ แต่บางครั้งเราก็ต้องอ่านฉลากเพื่อประโยชน์ต่อผิวของเราค่ะ

เช็คค่าปริมาณน้ำมันทั้งหมด (TMF : Total Fat Matter)

ปริมาณน้ำมันปกติ กับน้ำมันแบบอ่อน ในสบู่เป็นการแสดงถึงสัดส่วนไขมันที่ผสมอยู่ ซึ่งช่วยให้สบู่คงรูปเป็นก้อนแข็ง การทำความสะอาด และประสิทธิภาพในการบำรุงผิวค่ะ โดยปกติ ปริมาณน้ำมันที่ช่วยให้สบู่คงรูปกับน้ำมันที่ช่วยเรื่องบำรุงผิวสัดส่วนจะอยู่ที่ปริมาณ 60-40 ค่ะ แต่ถ้าอยากได้สบู่ที่เน้นเรื่องดูแลบำรุงผิวมากขึ้นก็อาจจะต้องมองหาที่สัดส่วน 50-50 หรือ 40-60 ค่ะแต่สบู่ก็จะมีความนิ่มขึ้น 

สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)

ผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่ายควรอ่านบนฉลากว่า มีสารสังเคราะห์ใดอยู่บ้างถ้าหากรู้ว่าเราแพ้สารเคมีชนิดนั้น ก็ควรเลี่ยงค่ะ เช่น น้ำหอมสังเคราะห์  สารกันเสีย สีสังเคราะห์ หรือบางคนก็สามารถแพ้สารสกัดบางชนิดจากธรรมชาติได้เช่นกันค่ะ ทั้งนี้การตรวจหาสาเหตุควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย

ค่าความเป็นกรด-ด่าง (ค่า PH)

ค่า PH ของผิวหนังเราโดยธรรมชาติจะอยู่ที่ 4.5 – 5.5 สิ่งแรกที่ควรสังเกตุค่า PH 0 – 14 ถือว่ามีความเป็นกรดแต่ถ้าค่า PH สูงกว่านี้จะมีความเป็นด่างค่ะ น้ำเปล่ามีค่า PH 7 ในสบู่ที่เหมาะใช้ทำความสะอาดร่าง กายค่า PH ควรจะอยู่ที่ 8 – 10 ค่ะ  

ส่วนผสมในสบู่ 7 อย่างที่ควรเลี่ยง

น้ำหอม

นิยมผสมลงไปในสบู่เพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบในเรื่องของกลิ่นหอม แต่ถ้าหากผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หรือผิวบอบบางสบู่ที่ใช้มักจะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมลงไป จะมีเพียงสารสกัดจากธรรมชาติ  น้ำหอมเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน ดังนั้นให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Fragrance Free จะดีกว่าค่ะ

สารกันเสีย (พาราเบน)

ชื่อ พาราเบน อาจจะคุ้นหู เคยได้ยินผ่านมาบ้าง เพราะพบได้ในเครื่องสำอางนั่นเองค่ะ ซึ่งสบู่ก็นับเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวชนิดหนึ่งถามว่าอันตรายขนาดไหน เคยมีการตรวจในเซลล์มะเร็งพบสารพาราเบน ดังนั้นสารชนิดนี้ในต่างประเทศ หลาย ๆ ประเทศประกาศห้ามใช้ 

สารทำความสะอาด : Sodium Laureth Sulfate (SLES)

เป็นสารทำความสะอาดที่สกัดได้จากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม หรือ สารประกอบที่เกิดจาก Fatty Alcohol  หลาย ๆ ชนิด แล้วนำไปผ่านการแยก และเติมสารต่าง ๆ ลงไป SLES ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยตับ นั่นหมายถึงผลในระยะยาวคือเกิดสารเคมีสะสมในร่างกายได้

สารลดแรงตึงผิว สารก่อฟอง : Sodium Lauryl Sulfate (SLS) 

เป็นสารที่สกัดได้จากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม แล้วนำไปผ่านกระบวนการเช่นเดียวกันกับ SLES เป็นสารที่ทำให้เกิดฟองขึ้นเป็นตัวทำละลายที่ทำให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้ ส่วนผลข้างเคียงที่มีต่อร่างกายเราก็คือ ทำให้ผิวแห้ง เป็นสิว เกิดผดผื่นคัน ไปจนถึงเยื่อบุตาระคายเคือง มีผลวิจัยว่าสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองมากที่สุดก็คือ สารโซเดียมลอริลซัลเฟต ผสมในปริมาณเพียง 2% ถ้าผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายใช้ก็จะเกิดอาการคัน ระคายเคืองผิวได้ง่ายค่ะ 

สารกันเสีย (Methylisothiazolinone) 

เป็นสารกันเสียแบบเดียวกันกับที่ใช้ในสีทาบ้านเลยค่ะ คุณสมบัติคือยับยั้งแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ ถ้าหากเกิดอาการแพ้ ก็จะมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ยิ่งผิวบอบบางแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงค่ะ

สารลดแรงตึงผิว สารทำความสะอาด (Cocamidopropyl Betaine) 

เป็นสารที่สามารถสกัดได้จากน้ำมันมะพร้าว ทำหน้าที่คล้าย SLS ค่ะเพียงแต่ว่า ดีกว่าตรงที่ไม่ทำให้ระคายเคืองเท่า SLES และ SLS cocamidopropyl betaine มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค ด้วยถ้าผสมมากเกินไป ก็ทำให้ระคายเคืองผิวได้เช่นกัน เปรียบเทียบให้ชัดเจนก็คือ สารลดแรงตึงผิวประเภทนี้เราสามารถพบได้ในน้ำยาเช็ดกระจกด้วย ซึ่งจะผสมไม่เกิน 1% เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง

ไทรโคซาล (Triclosan)

เป็นสารที่พบในสบู่จำพวกฆ่าเชื้อแบคทีเรีย คุณสมบติคือช่วยในเรื่องต้านแบคทีเรีย แต่ผลข้างเคียงในระยะยาว ของสารไทรโคซาล คือมีผลต่อผิวหนัง ทำให้ต่อมฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ระบบการเจริญพันธุ์มีปัญหา ตลอดจนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งได้  ซึ่งปัจจุบันเป็นสารที่ FDA องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ สั่งห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทสบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นอกเหนือจากนี้มีงานวิจัยบางงานระบุว่า เมื่อไทรโคซาล ลงไปตามท่อระบายน้ำ ไปจนถึงทะเล ไทรโคซาลฆ่าเชื้อแบคทีเรียในระบบนิเวศน์ เป็นการทำลายห่วงโซ่อาหาร เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ สัตว์น้ำ สิ่งแวดล้อมเสียหายอีกด้วย

พอจะทราบกันแล้วใช่ไหมคะว่าการเลือกสบู่นอกจากส่งผลต่อตัวเราแล้ว ถ้าหากเลือกไม่ดีสามารถส่งผลระยะยาวทั้งต่อตัวเราเอง และสภาพสิ่งแวดล้อมได้ด้วย แถมบางครั้งการทดลองก่อนจะมาเป็นสบู่ให้เราได้เลือกซื้อ สัตว์เช่น กระต่าย หรือ หนู ก็จะต้องมาทดสอบแทน ในปัจจุบันบนฉลากเครื่องสำอางต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ก็จะมีระบุไว้ค่ะว่า cruelty free หมายถึงว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีการทดสอบกับสัตว์ซึ่งขณะนี้ มีทั้งแบรนด์ไทย และ ต่างประเทศ ที่ผลิตโดยยึดหลัก cruelty free เป็นสิ่งเล็กน้อยที่เราสามารถร่วมกันช่วยเหลือธรรมชาติได้ เลี่ยงการใช้สารเคมีอันตรายต่าง ๆ เพื่อสุขภาพผิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่สามารถย่อยสลายเองได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลือกสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเรานอกจากรู้สึกดีต่อผิว ยังดีต่อใจ ด้วยนะคะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general