วิธีเลือก คอลลาเจนที่ดีที่สุด

ในวัยเด็กร่างกายเรายังผลิตคอลลาเจนได้เองแต่เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 20 ปลาย ๆ จะเริ่มผลิตได้น้อยลง

คอลลาเจนนับว่ามีประโยชน์มากและมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบอาหารเสริม อาหารตามธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกาย หรือใช้วิธีเสริมความงามด้วยการฉีดคอลลาเจนเข้าร่างกายเพื่อให้ผิวหนังเต่งตึง ลดริ้วรอย ให้กลับมาดูเด็กอีกครั้ง

ดังนั้น มาศึกษาข้อมูลกันว่าวิธีเลือก คอลลาเจนที่ดีที่สุด ทำได้อย่างไรบ้าง

วิธีเลือก คอลลาเจนที่ดีที่สุด

ประเภทอาหารเสริมคอลลาเจน มีหลายรูปแบบมีทั้งแบบผง แบบเม็ด แบบน้ำ หรือแม้แต่แบบฉีดเข้าร่างกายเราลองมาดูข้อดี ข้อเสียของคอลลาเจนแต่ละแบบกันค่ะ

คอลลาเจนแบบผง 

เป็นหนึ่งในรูปแบบที่นิยมมากที่สุดของคอลลาเจน

คอลลาเจนแบบชง

คอลลาเจนแบบผง ร่างกายจะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดีกว่าเนื่องจากมีขนาดที่เล็กกว่าแบบเม็ด คอลลาเจนแบบผงปัจจุบันมีรสชาติหรือกลิ่นผลไม้ต่าง ๆ ให้เราได้เลือกมากมายลองเลือกรสชาติที่ชอบ นอกจากจะได้ความอร่อยแล้วก็ยังได้ประโยชน์ไปด้วย หรือจะเลือกเป็นคอลลาเจนที่ไม่มีรสชาติแต่ผสมลงไปในเครื่องดื่มที่คุณชอบอย่างนม หรือน้ำผัก ก็ได้เช่นกันค่ะ

ข้อดีของคอลลาเจนแบบผง

  • ผงคอลลาเจนสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิวหนัง
  • บำรุงเส้นผม เล็บ ผิวหนัง และสุขภาพของข้อต่อต่างๆ รวมทั้งมีโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม
  • สุดยอดสารพัดประโยชน์ที่สามารถเพิ่มเข้าไปในเกือบทุกสิ่งที่คุณคิด 
  • รสชาติดีเพราะคุณสามารถเลือกรสชาติของคุณได้เอง คอลลาเจนแบบผงบางรูปแบบเปลี่ยนน้ำของคุณให้กลายเป็นเครื่องดื่มค็อกเทลคอลลาเจนแสนอร่อย
  • ทานง่าย สามารถนำมาผสมน้ำผลไม้แล้ว ดื่มได้เลย
  • คอลลาเจนเปปไทด์ มีโมเลกุลขนาดเล็ก ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้เร็ว
  • ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และมีกรดอะมิโน (Amino Acid) มากถึง 18 ชนิดเดียว ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ปริมาณคอลลาเจนต่อวันในปริมาณที่เหมาะสม

  • ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ช่วยป้องกันและช่วยลดรอยหมองคล้ำที่เกิดจากรังสียูวี และช่วยทำให้ผิวนุ่มลื่นและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ควรกินคอลลาเจนปริมาณ 5 กรัม
  • ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ช่วยในเรื่องการบรรเทาอาการปวดข้อเข่า หรือปวดกระดูก ควรกินคอลลาเจนวันละ 10 กรัมต่อวัน
  • ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ช่วยในการลดรอยแดงและแผลเป็น รวมไปถึงลดจุดด่างดำต่าง ๆ ควรกินคอลลาเจน 10 กรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นตอนเช้า 5 กรัม และตอนเย็นอีก 5 กรัม

ในส่วนของการทานคอลลาเจน 2 เวลา เช้าและเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็วในเรื่องของสุขภาพผิว และยังเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดหัวเข่า ไข ข้อ กระดูก เพราะคอลลาเจนจะเข้าไปเต็มเต็มให้อาการต่างๆ ดีขึ้นนั่นเองค่ะ

ข้อเสียของคอลลาเจนแบบผง

  • ทานคอลลาเจนแล้วอ้วน อาจเกิดจากการเลือกคอลลาเจน ที่มีรสชาติหอมหวาน อร่อย เพราะโดยปกติแล้ว คอลลาเจนไม่มีรสชาติหวาน
  • คอลลาเจนส่วนใหญ่ สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึก จึงอาจมีสารปนเปื้อน
  • บางคนพบว่ารสชาติของผงบางชนิดแรงเกินกว่าที่จะเติมลงในเครื่องดื่มหรืออาหารได้
  • ระดับปริมาณแคลเซียมที่สูงเกินไปการที่มีแคลเซียมมากเกินไปในร่างกายจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องผูก ปวดกระดูก อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน และหัวใจเต้นผิดปกติ ในคอลลาเจนแบบผงมีหลาย ๆ ตัวที่ผสม แคลเซียมไว้เพื่อตอบโจทย์เรื่องเสริมความแข็งแรงให้กระดูก ซึ่งเป็นผลดีต่อบางคน แต่สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดอาการ แคลเซียมสูงเกินไป
  • สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้อาหารทะเลไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือแพ้มากก็ตาม อย่าใช้คอลลาเจนที่มีสารสกัดจากปลาทะเลอย่างเด็ดขาด
  • หากกินติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเกินกว่านั้น อาจเกิดภาวะไตวายได้

คอลลาเจนแบบแคปซูล 

คอลลาเจนแบบเม็ด หรือ แคปซูล สามารถย่อยและร่างกายดูดซึมได้ช้าในบางยี่ห้อจะมีแค่การดูดซึมเพียงบางส่วนเท่านั้น หากสะดวกเลือกทานในรูปแบบเม็ดแนะนำให้เลือกคอลลาเจนแบบแคปซูลดีกว่าค่ะ เพราะสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วกว่าแบบอัดเม็ดนะคะ

อีกทั้งเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาอาหารเสริมคอลลาเจนแบบแคปซูล เพราะสามารถหาซื้อได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

คอลลาเจนแบบแคปซูล

ข้อดีของคอลลาเจนแบบเม็ด

  • ไม่ต้องเสียเวลาชง เขย่า หรือผสมกับเครื่องดื่มอื่น ๆ

ข้อเสียของคอลลาเจนแบบเม็ด

  • อย่างที่ทราบกันดีว่าปริมาณคอลลาเจนที่ร่างกายต้องการ อาจจะต้องรับประทานหลายเม็ดเลยทีเดียวกว่าร่างกายจะได้ปริมาณคอลลาเจนที่เพียงพอ
  • ถ้าหากไม่ถนัดกับการทานอาหารเสริมในรูปแบบของเม็ด การต้องทานคอลลาเจนในแบบแคปซูลก็คงไม่ใช่เรื่องสนุก

คอลลาเจนแบบดื่ม 

เครื่องดื่มคอลลาเจน ดื่มได้ง่ายเพราะมีการปรุงแต่งรสชาติให้อร่อยขึ้น และไม่มีกลิ่นคาวอีกด้วย สามารถดื่มได้ทุกวันตามที่เราต้องการ

นอกจากนี้ เครื่องดื่มคอลลาเจนยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวและลดริ้วรอย ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทานได้ทุกวัยทานตอนไหนก็ได้ทุกเวลา เพราะมีปริมาณคอลลาเจนที่เหมาะสม และมีส่วนผสมหลายแบบให้เลือกเช่นกัน แนะนำให้ดื่ม 1 ขวดต่อวัน เพราะร่างกายดูดซึมได้ 5000mg มากเกินกว่านี้ก็จะถูกขับออกไปค่ะ 

ดังนั้น อย่าลืมอ่านฉลากทุกครั้งก่อนดื่มด้วยนะคะ

รูปแบบคอลลาเจนแบบดื่ม:

  • คอลลาเจนแบบดื่มมีส่วนผสมของน้ำผลไม้เสริมรสให้ดื่มง่ายยิ่งขึ้น มีวิตามินซีเสริม
  • คอลลาเจนแบบดื่มมีสารสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก
  • คอลลาเจนแบบดื่มน้ำที่สกัดได้จากหนังหมู หรือ วัว

ข้อดีของคอลลาเจนแบบดื่ม 

  • เมื่อนำคอลลาเจนมา Hydrolyzed คอลลาเจนจะแตกตัวได้อนุภาคขนาดเล็ก มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อร่างกาย 
  • ไม่ต้องเสียเวลาหาน้ำดื่มมาชงหรือรับประทานคู่กับเเบบเม็ด
  • เครื่องดื่มคอลลาเจนจะช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์มีความชุ่มชื้นที่ดีขึ้น 
  • ช่วยให้ผมของคุณดูมีชีวิตชีวาและมีสุขภาพดี สำหรับเล็บคอลลาเจนสามารถลดความเปราะบางและทำให้เล็บของคุณแข็งแรงขึ้นได้
  • การดื่มคอลลาเจนจะทำให้กระดูกอ่อนของเราแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
  • เมื่อมีคอลลาเจนมากขึ้นอาจจะทำให้หลอดเลือดแดงแข็งแรงขึ้นและยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

ข้อเสียของคอลลาเจนแบบดื่ม

  • คอลลาเจนสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก จึงอาจมีสารปนเปื้อนเป็นข้อเสียที่เราต้องทำการศึกษารายละเอียดบนผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดค่ะ
  • ปริมาณคอลลาเจนในขวดแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ทำให้อาจได้คอลลาเจนไม่ถึงปริมาณที่ร่างกายต้องการ
  • ในเครื่องดื่มคอลลาเจนมีการผสมสารอื่น ๆ ดังนั้นควรเช็ครายละเอียดให้ดีก่อนซื้อค่ะ
  • คุณจะไม่สามารถมีตัวเลือกการทานคอลลาเจนในแบบที่คุณต้องการได้ เช่น ในอาหาร หรือ ในซุป

การฉีดคอลลาเจน

สำหรับคอลลาเจนที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะมีปริมาณที่แตกต่างกันออกไป โดยร่างกายของเราต้องการคอลลาเจน 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะรับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนเยอะอย่างเพียงพอต่อวัน

ดังนั้น นอกจากการเลือกทานแบบผง หรือ แบบเครื่องดื่มแล้ว วิธีการฉีดคอลลาเจนจึงเป็นที่นิยมอีกรูปแบบหนึ่ง วิธีนี้มีทั้งดำเนินการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ที่จะใช้เครื่องมือพิเศษนำคอลลาเจนเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังลึกหรืออาจจะเป็นการร้อยไหม ยิงเลเซอร์ ที่เป็นการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังขึ้นมาใหม่ 

ฉีดคอลลาเจน

ข้อดีของการฉัดคอลลาเจน

  • คอลลาเจนฉีดเพื่อใช้รักษาโรคผิวหนัง เช่น แก้แผลเป็นชนิดบุ๋ม
  • คุณสามารถบรรลุผลทันที
  • ฉีดคอลลาเจนจะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวหนัง
  • ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและรอยแผลเป็นบางชนิด

ข้อเสียของการฉีดคอลลาเจน

  • ฉีดเข้าสู่เส้นเลือด หรือเส้นประสาท จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตัน ทำให้เลือดไม่สามารถส่งผ่านไปเลี้ยงสมองได้ 
  • เสี่ยงต่อการแพ้สารคอลลาเจน เพราะอาจเกิดจากในตัวยาฉีดประกอบไปด้วยสารชนิดอื่นร่วมด้วย ทำให้ร่างกายมองคอลลาเจนเป็นสารแปลกปลอม 
  • การเกิดตุ่มนูนบริเวณผิว จนทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน เกิดขึ้นได้จากการที่ผู้ฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจจะฉีดในตำแหน่งที่ตื้นมากไป หรือใช้คอลลาเจนเข้มข้นมากเกินไป ซึ่งผิวที่เป็นตุ่มนูนเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อักเสบ และลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดตามมาได้
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร

สรุปแล้วแบบไหนดีที่สุด

คอลลาเจน ประโยชน์ เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนของร่างกายและการบำรุงสุขภาพผิวผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยรายบุคคล เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างผิวหนังและการเลือกรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน

การฉีดคอลลาเจน อาจจะเหมาะสำหรับบางกรณีเท่านั้น สำหรับบางคนที่ต้องการผลลัพธ์ในทันทีเพื่อซ่อมแซมผิว แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร

เมื่อพูดถึงการใช้คอลลาเจนไม่ว่าจะเป็นผง หรือแบบดื่ม สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เพราะคุณจะต้องนำคอลลาเจนเข้ามาในชีวิตประจำวันของคุณ การปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพเป็นการเริ่มต้นที่ดีเสมอ การทดลองระยะสั้นสามารถช่วยในการประเมินว่ามีผลดีตามมาหรือไม่

สิ่งหนึ่งที่คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจคือ ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่คุณจะซื้อได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ แล้วคุณจะเห็นว่า วิธีเลือกคอลลาเจนที่ใช่ สำหรับคุณ สามารถทำได้ไม่ยากค่ะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general