สิวฮอร์โมน เกิดขึ้นได้อย่างไร และ วิธีรักษา

หลายคนคงเคยประสบปัญหาสิวที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที หรือหายแต่ก็ขึ้นซ้ำ ๆ ที่เดิมเป็นประจำ สัญญาณเหล่านี้อาจเกิดจาก ‘ฮอร์โมน’ ในร่างกายที่เกิดความไม่สมดุลกัน อาจเป็นช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ช่วงใกล้มีประจำเดือน ช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออาจมาจากพันธุกรรมที่สืบทอดมาจากรุ่นพ่อและแม่ แล้วฮอร์โมนมีผลอย่างไรต่อผิว ทำให้เกิดสิวได้อย่างไร และมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง

ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิว

วันนี้เราจะมาดูสาเหตุการเกิด สิวฮอร์โมน และวิธีรักษา เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจและทำการรักษาได้อย่างถูกต้องมากขึ้น 

สิวฮอร์โมน

ฮอร์โมน มีผลอย่างไรกับการเกิดสิว 

โดยปกติแล้ว ฮอร์โมนจะถูกผลิตขึ้นมาตามกลไกการทำงานของร่างกายหรือเมื่อร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสืบพันธุ์ ในช่วงนี้ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ อย่าง เทสโทสเตอโรนในเพศชาย หรือ เอสโตรเจนในเพศหญิง ก็จะมีปริมาณสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือในช่วงที่นอนน้อยหรือนอนไม่ค่อยหลับบ่อย ๆ ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามากเพื่อลดความเครียดในร่างกาย

ทั้งนี้เกิดจากร่างกายต้องปรับสมดุลอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้อยู่รอดได้เป็นปกติเมื่อเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน เนื่องจากมีฮอร์โมนบางตัวสูงมากขึ้นเกินกว่าปกติ ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน มีความรู้สึกที่ไวต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ฮอร์โมนบางตัวก็มีผลทำให้เกิดสิวได้ หรือไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน จึงทำให้เกิดความมันส่วนเกินบนผิวหน้า เกิดการอุดตัน และเกิดเป็นสิวในที่สุด     

ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิว 

ฮอร์โมนหลายตัวมีผลทำให้เกิดสิว ส่วนใหญ่ฮอร์โมนเหล่านี้จะไปกระตุ้นต่อมไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันหรือซีบับออกมาที่ผิว จนเกิดเป็นความมันส่วนเกิน และเกิดการอุดตันจนเป็นสิวได้ง่าย 

แอนโดรเจน (Androgen) 

เป็นฮอร์โมนที่พบมากในเพศชาย ฮอร์โมนตัวนี้ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตซีบับหรือความมันส่วนเกินมากขึ้น เมื่อความมันส่วนเกินมากขึ้น จึงทำให้เกิดการอุดตันและเกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวหรือ P. acne ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว  

โปรเจสเตอโรน (Progesterone) 

ฮอร์โมนตัวนี้เป็นเพศหญิง มีหน้าที่ควบคุมการตกไข่และการมีประจำเดือน โดยฮอร์โมนตัวนี้จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน คือ ช่วงวันที่ 14 ถึง 28 ของการมีรอบประจำเดือน โดยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีผลทำให้รูขุมขนกว้างและบวมขึ้น กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหรือซีบับมากขึ้น จึงทำให้เกิดสิวได้ง่ายในช่วงนี้  

คอร์ติซอล (Cortisol) 

ฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายมีชีวิตชีวามากขึ้น กระปรี้กระเปร่า สดชื่น และมีพลัง ปกติแล้วคอร์ติซอลจะหลั่งมากในช่วงเช้าและค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนลดลงต่ำสุดในช่วงกลางคืนเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่เมื่อเกิดความเครียดหรือนอนดึก ฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งออกมามากเพื่อลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายสดชื่น โดยมีผลทำให้ต่อมไขมันใหญ่ขึ้น เกิดความมันส่วนเกิน และเกิดสิวได้ง่าย

อินซูลิน (Insulin) 

เมื่อในเลือดมีค่าปริมาณน้ำตาลสูง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป โดยนำพาน้ำตาลเข้าไปเผาผลาญในเซลล์ให้กลายเป็นพลังงาน โดยอินซูลินจะไปกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนเอนโดรเจนสูงขึ้นด้วย จึงส่งผลให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น และทำให้เกิดความมันส่วนเกินและเกิดสิวได้ง่าย 

ฮอร์โมนในวัยรุ่น

สิวฮอร์โมนในชายและหญิง

ทั้งในชายและหญิง ก็มีปัญหาสิวที่เกิดจากฮอร์โมนต่างกันออกไป ทั้งนี้ฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวมากที่สุด แต่ในผู้หญิงก็อาจมีช่วงเวลาที่ทำให้เกิดสิวด้วยเช่นกัน โดยจะอธิบายได้ดังนี้ 

ชาย

เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น 

เมื่อถึงช่วงอายุที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น (อายุ 10-13ปี) ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น มีหนวดเครา และเสียงทุ้มขึ้น สิ่งเหล่านี้เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ที่ถูกจัดให้เป็นฮอร์โมนเพศชาย มีระดับเพิ่มสูงมากขึ้น

ในฮอร์โมนแอนโดรเจนประกอบด้วยฮอร์โมนย่อยอีกหลายตัว หนึ่งในนั้นคือ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งมีผลต่อระบบสืบพันธุ์และทำให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่มีปริมาณมากที่สุดในบรรดาฮอร์โมนที่เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนแอนโดรเจน หลายคนจึงเรียก แอนโดรเจนว่า เทสโทสเตอโรน เมื่อฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่มสูงขึ้นจึงทำให้เทสโทสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้นด้วย จึงส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นและเกิดการอุดตันจนเป็นสิวได้

หญิง 

รอบประจำเดือน

วันที่ 1 ถึง 14

ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง จะมีระดับสูงกว่าโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเตรียมร่างกายของผู้หญิงให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ทำให้ในช่วงนี้ผู้หญิงหลายคนจะมีผิวพรรณสวย เปล่งปลั่ง เนื่องจากเอสโตรเจนสูง ในช่วงนี้จะไม่ค่อยเป็นสิว 

วันที่ 14 ถึง 28

ในช่วงนี้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะอยู่ในระดับต่ำสุด และฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายจะอยู่ในระดับสูงขึ้น ทำให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้นให้สร้างซีบับหรือน้ำมันออกมาที่ผิวมากขึ้น เกิดเป็นความมันส่วนเกิน เกิดการอุดตัน และเกิดสิวได้ง่าย

ตั้งครรภ์

ในช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีความแปรปรวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายจะอยู่ในระดับสูงในสามเดือนแรกของกาตั้งครรภ์ ทำให้ช่วงสามเดือนแรกเป็นช่วงที่เกิดสิวได้ง่าย เนื่องจากแอนโดรเจนไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันและทำให้เกิดความมันส่วนเกิน 

วัยทอง

ในช่วงนี้ผู้หญิงจะหมดประจำเดือนแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะผลิตน้อยลง ส่งผลให้เกิดอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และเกิดปัญหาผิวง่ายขึ้น อาจมีปัญหาผิวแห้งร่วมด้วย เนื่องจากฮอร์โมนที่ลดลงและคอลลาเจนใต้ชั้นผิวน้อยลง รวมถึงผิวอาจมีความบอบบางมากขึ้น ทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น  

การรักษาสิวที่เกิดจากฮอร์โมน 

แม้สิวฮอร์โมนจะเกิดจากระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลภายในร่างกาย แต่ก็สามารถรักษาสิวฮอร์โมนที่เกิดขึ้นได้ โดยการรักษาสิวที่เกิดจากฮอร์โมนสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

รักษาสิวฮอร์โมนด้วยยาคุมกำเนิด 

ยาคุมกำเนิดสามารถช่วยเรื่องสิวฮอร์โมนในผู้หญิงได้ เนื่องจากยาคุมสามารถผลิตโปรตีน Sex-Hormone Binding Globulin (SHBG) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ควบคุมปฏิกิริยาของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่มีต่อร่างกาย เมื่อโปรตีน SHBG มีปริมาณสูง ก็จะส่งผลให้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำ แต่จะเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนให้สูงขึ้น 

รักษาสิวฮอร์โมนในหญิงตั้งครรภ์ 

ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ควรหลีกเลี่ยงยารักษาสิวทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยารักษาสิวที่มีตัวยาหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แม้จะเป็นยาทาหรือยาที่ใช้ภายนอกก็ตาม เพราะตัวยาบางตัวมีผลต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ อาจทำให้ทารกมีการพัฒนาที่ผิดปกติไป แนะนำให้พบแพทย์หรือนรีแพทย์ในการรักษาสิว 

รักษาสิวฮอร์โมนในผู้ชาย

สำหรับผู้ชายแนะนำให้ใช้ยาแต้มสิวในการรักษา เช่น ยารักษาสิวที่อยู่ในกลุ่มวิตามินเอ หรือ มีกรดที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว เช่น Adapalene 0.1%, Salicylic Acid และ Hydrogel cross polymer salicylic acid 2% เป็นต้น

และควรใช้ยารักษาสิวเหล่านี้ด้วยการแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิวเท่านั้น ไม่ควรทาทั่วทั้งใบหน้า เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิว อีกทั้งควรใช้ในช่วงก่อนนอน เพราะตัวยารักษาสิวบางตัวมีความไวต่อแสง อาจทำให้ผิวเกิดจุดด่างดำได้    

ฮอร์โมนในผู้ใหญ่

การป้องกันสิวฮอร์โมน 

สิวฮอร์โมนสามารถป้องกันได้ โดยการปฏิบัติตนให้ร่างกายเป็นปกติและให้ฮอร์โมนมีความสมดุล ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น เมื่อร่างกายแข็งแรงก็จะส่งผลให้การหลั่งฮอร์โมนเป็นไปได้อย่างปกติ เมื่อฮอร์โมนมีความสมดุลก็จะช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนตัวที่อาจก่อให้เกิดสิวในระดับที่สูงเกินไป ตรงนี้ก็จะช่วยทำให้เกิดสิวน้อยลงได้   

ทานอาหารที่มีประโยชน์

การทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนจากปลา หรือ เนื้อสัตว์ สามารถช่วยลดระดับการหลั่งฮอร์โมนบางตัวได้อย่างอินซูลิน โดยอินซูลินจะหลั่งออกมาเมื่อเราทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง เช่น เค้ก ลูกกวาด ขนมหวานที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง ขนมปังขัดขาว เป็นต้น

เมื่อในเลือดมีค่าน้ำตาลสูง ร่างกายก็จะหลั่งอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาล อินซูลินเป็นส่วนหนึ่งที่ไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพศชายที่ก่อให้เกิดสิวได้  

ดื่มน้ำเยอะ ๆ 

น้ำช่วยปรับความสมดุลต่าง ๆ ในร่างกาย อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกายด้วย คือ เซลล์หนึ่งเซลล์ประกอบด้วยน้ำถึง 60% หากปริมาณน้ำในร่างกายน้อยเกินไปก็จะทำให้เซลล์เหี่ยว ร่างกายเกิดความไม่สมดุล ซึ่งอาจส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนในร่างกายด้วย 

พักผ่อนให้เพียงพอ 

ปกติร่างกายคนเราควรได้รับการพักผ่านอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า โดยปกติแล้วคอร์ติซอลจะมีปริมาณสูงในช่วงเช้าและค่อย ๆ ลดลงในช่วงเย็น จนกระทั่งในช่วงกลางคืนจะมีปริมาณต่ำที่สุด แต่หากเรานอนดึกบ่อย ๆ ก็จะส่งผลให้คอร์ติซอลเพิ่มขึ้น เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวตอนตื่น คอร์ติซอลจะไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันและทำให้เกิดสิว  

ผ่อนคลายอารมณ์และทำจิตใจให้แจ่มใส 

หากเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งจะทำให้เกิดการผลิตความมันส่วนเกินมากขึ้นและเกิดสิวในที่สุด ทำให้หลายคนมักจะมีสิวขึ้นบ่อย ๆ ในช่วงที่มีความเครียดหรือใช้ความคิดมาก แนะนำผ่อนคลายอารมณ์ เช่น ดูรายการทีวีที่ชอบ เล่นกีฬาที่ชอบ หรือ ออกไปหาอะไรทำที่ช่วยให้รู้สึกดี เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดที่มากเกินไป  

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general