เราควรใช้ ค่า SPF เท่าไหร่เพื่อกันแดด

การเลือกครีมกันแดดที่ดีที่สุด สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ก่อนอื่น เราควรเข้าใจความหมายของค่า SPF กันก่อน เพราะค่า SPF เป็นตัวชี้วัดว่าครีมกันแดดที่เราเลือกป้องกันเราจากการถูกแดดเผา แสงสีฟ้า หรือ รังสี UV ที่เรียกกันว่า UVB

โดยจะมีตั้งแต่ ค่า SPF 15 ไปจนถึง SPF 100 แต่ SPF เป็นเพียงค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันผิว ของเราจาก UVB (Burning) เท่านั้นนะคะ

ความหมายของ ค่า SPF

SPF ย่อมาจากคำว่า Sun Protection Factor และมีผลต่อการป้องกันรังสีที่เรียกว่า UVB (Ultraviolet B) จำง่าย ๆ ว่า B มาจาก Burning ส่งผลต่อการเกิดแดดเผา เกรียมแดด ผิวไหม้จากแดด ในระยะยาวอาจเป็นสาเหตุของ มะเร็งผิวหนังได้

ดังนั้น UVB คือเน้นปกป้อง “Burning” ค่ะ ปกติผิวจะเกิดอาการไหม้ได้หลังจาก 10 นาทีที่เราอยู่กลางแดด วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง ทำได้ไม่ยาก หาก SPF15 หมายถึงป้องกันผิวจากแสงแดด และ รังสีได้นานขึ้น 15 เท่า สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องทำงานกลางแดดนาน ๆ SPF15 ก็พอแล้ว แต่ถ้าทำงานที่ต้องอยู่กลางแดดนาน ๆ ควรเลือกใช้ประมาณ SPF30 ค่ะ ส่วน UVA (Ultraviolet A) Aging เป็นสาเหตุของรอยย่น จุดด่าง ดำ ฝ้า กระ ที่ทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย

SPF ยิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือ?

เรามักจะเลือกครีมกันแดดจาก SPF สูงๆ เพราะคิดว่าจะดูแลผิวจากแสงแดดได้ดี แต่ความจริงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวไม่ได้สูงขึ้นตาม

ความเชื่อว่า SPF ยิ่งสูงยิ่งดี เป็นความเชื่อที่ผิด ทำให้คนคิดว่าอยู่กลางแจ้งได้นานกว่าเดิม แต่ยิ่ง SPF สูงเกินไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย และในระยะยาว UV ทำร้ายผิวมากกว่าเดิม และ เป็นไปได้ว่าอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ผดผื่นคันได้ นอกจากนี้อาจทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือเกิดรอยด่าง

ดังนั้น ครีมกันแดดที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ SPF ที่สูงแต่เป็นครีมกันแดดที่กันน้ำได้ดี เพราะเหงื่อสามารถชะล้างครีมกันแดดออกได้นั่นเองค่ะ

ระดับของ SPF

  • SPF 50+: มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB (Burning) ถึง 98% แนะนำสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้แดด แพ้ความร้อนได้ง่าย และ แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งต่อเนื่อง
    • SPF 20-30: จากการทดลองในห้องแลป สามารถกันแดดได้ถึง 97 % จากการคำณวนคร่าวๆ การที่ครีมกันแดดระบุว่า SPF20 หรือ SPF30 เหมาะกับผิวที่ไหม้แดด และ เป็นสีแทนได้ง่าย เหมาะกับคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือ มีกิจกรรมต้องออกกลางแจ้งบ่อย
    • SPF 12-20: บางครั้งในการเลือกครีมกันแดด ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหาก ผิวไหม้ง่ายแต่ไม่เคยคล้ำ การเลือก SPF ที่ มากกว่า SPF 10 ขึ้นไป ก็สามารถตอบโจทย์ต่อการป้องกันแดดได้แล้ว เพราะสามารถดูดซับรังสี UVBได้ถึงประมาณ 95 %
  • SPF 8-12: สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 87.5 – 90% ซึ่งอาจช่วยให้เราอยู่กลางแดดได้ถึง 2 ชั่วโมง และ เหมาะกับผิวที่ไหม้แดดปานกลาง ผิวค่อยๆ เป็นสีแทน
  • SPF 4-8: สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 70 – 87.5 % เหมาะสำหรับผิวที่ไหม้แดดน้อย และ เปลี่ยนเป็นสีแทนเสมอ
  • SPF 2-4: สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ประมาณ 50 – 70 % SPF ค่า 2 – 4 นี้เหมาะกับคนที่ผิวไหม้แดดยาก และ ผิวเปลี่ยนเป็นสีแทนยาก

วิธีเลือกกันแดด ผิวมัน

ค่า SPF กับ ชนิดครีมกันแดด ที่เหมาะกับผิว

การเลือกค่า SPF และครีมกันแดด ที่เหมาะกับผิว ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

  • SPF ผิวมัน: เนื้อครีมกันแดดที่เหมาะสำหรับผิวมันคือเนื้อแบบเจล หรือ เซรั่ม ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำทำให้ซึมซาบสู่ผิวได้เร็ว และ ครีมกันแดดสำหรับผิวมันจะไม่ผสมน้ำมัน แอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในเนื้อกันแดด ช่วยในการคุมมันได้ดีค่ะ ควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 15 ขึ้นไป และ มีค่า PA+++
  • SPF ผิวแห้ง: เนื้อโลชั่นจะเหมาะกับผิวแห้ง เนื่องจากช่วยไม่ให้เกิดการสูญเสียของน้ำในผิว และ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวควรเลี่ยงครีมกันแดดที่ผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งยิ่งขึ้น ถ้าไม่ได้ออกกลางแจ้งก็สามารถเลือกใช้ตั้งแต่ SPF 15 ขึ้นไป และมีค่า PA++ เพราะยังต้องเจอกับแสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ และไฟในอาคารดังนั้นควรใช้กันแดดที่ป้องกันUVB / UVA ได้ค่ะ
  • SPF ผิวบอบบาง: อาจเกิดความสงสัยว่าผิวบอบบาง กับ ผิวแพ้ง่ายต่างกันอย่างไร ผิวบอบบางอ่อนไหวต่อสารเคมีต่าง ๆ ไวต่อการระคายเคือง ทำให้ผิวแห้งลอกและเกิดผื่นคันได้ง่ายบางครั้งใช้ครีมแบรนด์เดิมแต่กลับเกิดอาการแพ้หรือผื่นคัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยแพ้เลย ทำให้ก่อนซื้อครีมกันแดดต้อง ทดสอบด้วยการทาบริเวณท้องแขน ทิ้งไว้เพื่อดูว่ามีผดผื่นรอยแดงเกิดขึ้นหรือเปล่าค่ะ ผิวบอบบางควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ผลิตจากส่วนผสมของธรรมชาติ ไม่ผสมสารเคมี หรือใช้ครีมกันแดดที่ผลิตมาเพื่อผิวบอบบางสำหรับเด็กค่ะ แนะนำว่าใช้เป็นแบบเนื้อเจลหรือโลชั่นที่ซึบเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่ควรใช้ SPF ที่มีค่าสูงเกินจำเป็นค่ะ เพราะยิ่ง SPF สูงสารเคมียิ่งมากทำให้รูขุมขนอุดตัน อาจทำให้เกิดสิวได้ ควรเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำหอมด้วยนะคะ
  • SPF ผิวแพ้ง่าย: ต้องทำการทดสอบด้วย Patch Test ถึงจะระบุได้ว่าแพ้สารเคมีหรือส่วนผสมใด เพื่อจะได้เลี่ยงส่วนผสมนั้นๆ ที่อยู่ในสกินแคร์หรือเครื่องสำอางนั่นเอง ต่างจากผิวบอบบางที่อาจเกิดการแพ้ถึงแม้จะเป็นครีมที่ใช้เป็นประจำก็ตาม ผิวแพ้ง่ายเวลาทาครีมบำรุง หรือ เครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ร่างกายจะสร้างแอนตี้บอดี้เพื่อต่อต้านและแสดงออกด้วย การเกิดผื่นคัน แสบแดง สิวผด หรือสิวอักเสบ อย่างไรก็ตาม ควรเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติปราศจากสารเคมี เลือกเนื้อครีมกันแดดที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อไม่ให้ผิวแห้ง SPF ที่แนะนำคือ SPF30 ขึ้นไปค่ะ โดยเฉพาะก่อนออกไปเจอกับแสงแดด ทางที่ดีควรมีค่า P+++ เพื่อป้องกัน UVA ตัวร้ายด้วยนะคะ
  • SPF ผิวธรรมดา: ควรเลือกกันแดดเนื้อครีม เนื่องจากมีมอยส์เจอไรเซอร์ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แต่ควรเลือกเนื้อกันแดดที่เบา ซึมซาบเร็วและป้องกันได้ดีทั้ง UVA / UVB ส่วน SPF สามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่ SPF15 – 30 ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ต้องทำในวันนั้นค่ะ

ทำความรู้จักกับค่า PA

นอกจากค่า SPF แล้วยังมีค่า PA+ , ++ , +++ ให้เห็นตามผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดในหลายยี่ห้อ

สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับ PA คำว่า PA ย่อมาจาก Protection Grade Of UVA คือค่าแสดงประสิทธิภาพของการปกป้องผิวจากรังสี UVA หรือป้องกันในส่วนของ “Aging” ซึ่ง เป็นที่มาของรอยย่น ผิวหมองคล้ำ ผิวแก่ก่อนวัยเป็นภัยเงียบที่เราามักจะมองข้ามอยู่บ่อย ๆ นั่นเอง

แล้วสัญลักษณ์ + ตามหลังคืออะไรนะ

PA ป้องกันแดดอย่างไร

PA ระบบการวัดนี้คิดค้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง เป็นการระบุว่าส่วนผสมในครีมกันแดดนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA อย่างไร

เนื่องจากในปัจจุบัน ครีมกันแดด ผสมสารได้หลายชนิดที่มีข้อดีในการบำรุงผิว ป้องกันผิวไหม้จากแดด รวมไปถึง ยับยั้งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซึม UVA จึงถือว่า ค่าPA เป็นหน่วยวัด การป้องกัน รังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการ สัญลักษณ์ + หลังPA หมายถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA เป็นการแบ่งระดับประสิทธิภาพในการป้องกัน

  • PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ระดับน้อย
  • PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ระดับกลาง
  • PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ระดับสูง

ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ แนะนำว่าควรใช้ครีมกันแดดที่ระบุว่า PA++ ขึ้นไปค่ะ

ปัจจุบันส่วนมากครีมกันแดดที่เป็นที่นิยมมักจะเป็น SPF30 – SPF50 อย่างไรก็ตามถ้าต้องออกกลางแจ้งนาน ๆ ควรเลือก SPF30 และ PA+++ ขึ้นไปค่ะ ถ้าอยากเลือกใช้ SPF50 ลองดูค่า PA++++ ร่วมด้วยนะคะ ถ้ากันน้ำ กันเหงื่อได้ดี ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือ ว่ายน้ำ ดำน้ำ ไปทะเล และเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแพ้แดดง่ายค่ะ

รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมนะคะ SPF ยิ่งสูงไม่ได้ตอบโจทย์เสมอไปเพราะป้องกันเพียงแค่แดดเผา ผิวไหม้ สิ่งที่ต้องใส่ใจหลัก ๆ คือ ครีมกันแดดที่ดีต้องกันน้ำได้ดี เลือก SPF 15 – 30 – 50 ได้แต่ควรเป็นกันแดดที่มีเนื้อเบาผสมสารเคมีน้อยเพื่อลดรูขุมขนอุดตัน และ ไม่ทำให้เกิดสิว นอกจากดูค่า SPF แล้วอย่าลืมดู PA ข้าง ๆ นะคะ อย่างน้อย ควรมี PA++ ขึ้นไป เนื่องจากแสงแดดในประเทศไทยก่อให้เกิดริ้วรอย กระ ฝ้า ได้ง่ายค่ะ

Tags:

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general