Editor choice

อาหารเพิ่มคอลลาเจน สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ

คอลลาเจนสามารถพบจากสารอาหารธรรมชาติได้หรือไม่ หากเราไม่ทานเนื้อสัตว์? 

คอลลาเจนนั้นทำหน้าที่เสมือนกาวที่ยึดเหนี่ยวทุกสิ่งในร่างกายไว้ด้วยกันค่ะ อีกทั้งยังเป็นสารอาหารที่มีชื่อด้านคงความอ่อนเยาว์ ของผิว และยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระบวนการเผาผลาญทำให้เวลาที่ลดน้ำหนัก คอลลาเจนยิ่งมีส่วนช่วยมากขึ้น

ดังนั้นประโยชน์ของคอลลาเจนที่มีต่อร่างกายนอกจากเรื่องความงามแล้ว ยังมีผลต่อเรื่องของสุขภาพอีกด้วยแล้วถ้าเราไม่ทานเนื้อสัตว์ละ จะหาคอลลาเจนได้จากที่ไหน 

มีข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ ว่าคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ร่างกายของเรานั้นสามารถสร้างได้เอง หรือได้รับจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผลไม้บางชนิด ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเล เห็ดบางชนิด และผักใบเขียว อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ง่ายสักเท่าไหร่

สำหรับคนที่กินมังสวิรัติ อาจมีความสงสัยว่าจะเอาคอลลาเจนมาจากไหน ใช่ไหมคะ? แน่นอนว่าทุกคนอยากดูเด็กกว่าวัย มีผิวที่แข็งแรง สดใส แต่สำหรับ ผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์จะมีคอลลาเจนจากแหล่งไหนบ้างให้เลือก

เรามาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อาหารเพิ่มคอลลาเจน ผู้สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ จากบทความนี้กันว่าทานมังสวิรัติเราก็สามารถหาแหล่งอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของคอลลาเจนได้เช่นกัน

อาหารเพิ่มคอลลาเจน สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ

แหล่งอาหารมังสวิรัติที่ช่วยเพิ่มปริมาณคอลลาเจน 

ถ้าหากเราไม่ทานเนื้อสัตว์ เราสามารถหาคอลลาเจนได้จาก ผัก ผลไม้ สมุนไพร หรือทานวิตามินเสริมทดแทนได้ค่ะ จะมีแร่ธาตุ วิตามินในแหล่งใดบ้าง อาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นถั่วและผลเบอร์รี่ และอาหารที่มีปริมาณสูงของวิตามินซี (ส้ม) อยู่ในหมวดทางเลือกอาหารที่ส่งเสริมคอลลาเจน วิธีที่ช่วยสนับสนุนเพื่อเพิ่มการผลิตคอลลาเจนจึงช่วยให้เรารักษาผิวของเรามีสุขภาพดีลองมาดูกันค่ะว่า มีอาหารชนิดใดอีกที่ช่วยในการเพิ่มระดับคอลลาเจนค่ะ

โพรลีน (Proline)

ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และ ยังช่วยชะลอความแก่ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดภาวะเป็นพิษ ช่วยบำรุงผิวพรรณ และสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อค่ะ แล้วเราจะพบโพรลีนในอาหาร ผัก หรือ สมุนไพรจากที่ใดได้บ้าง

โพรลีนสามารถพบได้ใน ผลมะเม่า, เมล็ดฟักทอง,ถั่วเหลือง เป็นต้น

วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซี ถือเป็นตัวช่วยสำคัญให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนเข้าไปใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ผักใบสีเขียวเข้ม: ผักโขม และ คะน้า อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเซลล์ผิว นอกจากนี้ยังเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระที่ทำร้ายให้เซลล์ผิวอ่อนแอด้วย
  • ผักใบสีเขียว: หน่อไม้ฝรั่ง อาร์ติโชก ผักกาดหอม กะหล่ำปลี  บรอคโคลี มีวิตามินซีสูง และป้องกันสารอนุมูลอิสระไม่ให้ทำร้ายเส้นใยคอลลาเจนของผิว 
  • ผักสีแดง: พริกหยวกแดง, มะเขือเทศ 
  • ผักอื่น ๆ: มะเขือม่วง, กะหล่ำม่วง ,กะหล่ำดอก
  • ผลไม้ตระกูลซิตรัส: ส้ม เลมอน และเกรปฟรุ๊ตอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยให้กรดอะมิโนจำเป็นอย่างไลซีน และโพรลีนเปลี่ยนเป็นคอลลาเจนได้ง่ายขึ้นค่ะ
  • วิตามินซีในผลไม้: ส้ม ส้มโอ องุ่นแดง มะนาว สตรอเบอร์รี กีวี มะม่วง แคนตาลูป พลัม  มะละกอ และมะนาวหวานช่วยปกป้องคอลลาเจนและรักษาสุขภาพผิวได้ค่ะ   
  • พืชตระกูลถั่ว: ถั่วเมล็ดแห้ง และผลิตภัณฑ์ธัญพืชที่เสริมธาตุเหล็ก นอกจากนั้น ยังต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงเพื่อช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก

แอนโธไซยานิน (Anthocyanin)

แอนโธไซยานินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันไม่ให้คอลลาเจนถูกทำลาย 

  • พบได้ในหัวผักกาด และมะเขือเทศช่วยเพิ่มระดับของโปรคอลลาเจน (สารตั้งต้นของคอลลาเจน)
  • บลูเบอร์รี แบล็คเบอร์รี แครนเบอร์รี ราสเบอร์รี และลูกพรุน

ทองแดง (Copper)

ทองแดงจะถูกเก็บไว้ที่ตับ ไต สมอง และหัวใจเป็นส่วนใหญ่ สามารถพบได้ในพืชและในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์เช่นกัน

มาดูกันว่าเราจะหาได้จากที่ใดบ้าง:

  • ดาร์กช็อกโกแลตและเมล็ดโกโก้ ทางเลือกที่อร่อยและดีต่อสุขภาพสำหรับคนรักของหวาน
  • แอปริคอตแห้ง มีทองแดงประมาณ 0.69 มิลลิกรัม
  • ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว อัลมอนด์
  • เมล็ดทานตะวัน
  • ธัญพืชอื่น ๆ เช่น เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง ผักสีเขียว และสีเขียวเข้ม

ทองแดงยังมีส่วนช่วยในการสร้างฮีโมโกลบินและช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้น กระบวนการเหล่านี้ส่งผลต่อเลือดไปเลี้ยงหัวใจและสมอง

ไลซีน (Lysine)

ช่วยสร้างสารแอนติบอดี้ พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมให้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามร่างกายของเราไม่สามารถสร้างไลซีนได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเราจึงต้องพึ่งพาการเลือกรับประทานอาหารที่มีไลซีน เช่น

  • ถั่วมีกรดอะมิโนที่จำเป็นจำนวนมาก
  • เมล็ดฟักทอง

อาร์จินีน(Arginine)

ทำหน้าที่ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บหรือฉีกขาด

อาร์จินีนเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นซึ่งร่างกายสามารถผลิตได้และสามารถเสริมได้ด้วยการรับประทานอาหาร และถั่วแห้งเช่น

  • ถั่วลิสง อัลมอนด์ เฮเซลนัท วอลนัท พิสตาชิโอพีแคน และซีเมน
  • ผักโขมมีความเข้มข้นของอาร์จินีนมากที่สุดในบรรดาผักสีเขียว
  • โปรตีนถั่วเหลือง

ที่น่าสนใจคืออาร์จินีนสามารถพบได้ในแหล่งที่คล้ายกันเช่นไลซีน ความแตกต่างที่สำคัญคือไลซีนไม่ได้ผลิตโดยร่างกายเอง ในทางตรงกันข้ามร่างกายของเราสามารถผลิตอาร์จินีนได้อย่างเพียงพอด้วยตัวเอง

วิตามินเอ (Vitamin A)

คือส่วนประกอบหลักที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการทำความสะอาดและปรับปรุงสุขภาพผิว เมื่อเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำบนใบหน้า ผิวกำลังสื่อให้เรารู้ว่าขาดวิตามินเอ

แหล่งวิตามินเอจากพืชที่ดี ได้แก่ :

  • ผักที่มีสีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง สควอช มันเทศ ทำหน้าที่ฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนในเซลล์ผิวสารอาหารที่เพิ่มการสร้างคอลลาเจน
  • ผักใบเขียว
  • ผลไม้ที่มีวิตามินเอ เช่น แอปริคอต มะม่วง มะละกอ เสาวรส ลูกพลับ แคนตาลูป

วิตามินเอนั้นหาได้ไม่ยากและมีผักและผลไม้ให้เลือกมากมาย

วิตามินเอ สามารถอยู่ในอาหารคาว อาหารหวาน หรือจำทำเป็นสมูทตี้เครื่องดื่มก็ได้เช่นกัน

แมงกะนีส (Manganese) 

แมงกานีสสามารถพบได้ในผักหลายชนิด แมงกานีสมีหน้าที่หลักสำหรับกระดูกและระบบย่อยอาหาร

นอกจากนี้ยังช่วยสร้าง รักษาเซลล์เม็ดเลือดแดง และลดการสะสมของไขมันในร่างกาย

คุณจะพบสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ได้ที่นี่ :

  • ข้าวกล้อง เฮเซลนัท ขนมปังโฮลวีต เต้าหู้ เมล็ดฟักทอง มันเทศ ผักโขม
  • ประเภทของผักส่วนใหญ่ แต่อุดมไปด้วยถั่วลิมา โดยเฉพาะถั่วลิมาหนึ่งเมล็ดมีแมงกานีสมากถึง 170 มิลลิกรัม

ซิงค์ (Zinc) 

สังกะสีมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาบาดแผลภายนอกและภายในอย่างรวดเร็วและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังจำเป็นสำหรับการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่จะทำให้เรามีผิวเล็บและผมที่สวยงาม

รวมถึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการในปริมาณมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ขาดไม่ได้

แหล่งสังกะสีที่ดี ได้แก่ :

  • ธัญพืชและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ตข้าว ควินัว ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
  • ถั่ว เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์
  • ผัก โดยเฉพาะเห็ด คะน้า หน่อไม้ฝรั่ง มันฝรั่ง

ประโยชน์ของคอลลาเจนในแบบมังสวิรัติ 

มีความเป็นไปได้ที่ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคจะลดลง 

ประการแรกแหล่งที่มาจากพืชมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณโดยเฉพาะในแง่ของคุณค่าทางโภชนาการ

ช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคหัวใจความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงรวมถึงโรคอ้วน

แหล่งที่มาจากพืชจะดีกว่าสำหรับกระเป๋าสตางค์ของคุณและตอนนี้ผักและผลไม้ส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ที่บ้าน

เสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้น้อยลง 

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนหันมาทานมังสวิรัติมากขึ้น

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าผักและผลไม้จะปราศจากการแพ้โดยสิ้นเชิง บางคนอาจเกิดอาการแพ้ถั่วผักผลไม้หรือเมล็ดพืชบางชนิด

ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยมากขึ้น 

คุณมักสังเกตเห็นเมื่อไปซื้อของที่ตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตว่าผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติไม่เกี่ยวข้องกับสารเคมี

คอลลาเจนสำหรับมังสวิรัติจึงมีหลากหลายและปลอดภัยกว่าด้วย อย่าลืมล้างผลิตภัณฑ์ก่อนบริโภค

ราคาถูกกว่า และพบแหล่งของคอลลาเจนได้มากกว่าขั้นตอนทางการแพทย์ 

คุณสามารถได้รับคอลลาเจนจากผักและผลไม้ในปริมาณที่เพียงพอโดยไม่ต้องเสียเงินไปกับกระบวนการทางการแพทย์หรืออาหารเสริมราคาแพง

เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่า อาหารเพิ่มคอลลาเจน สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ มีสารอาหารอย่างอื่นที่หลากหลายที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกันค่ะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general