โฟมล้างหน้า ใช้อย่างไร ให้ถูกต้อง

เคยสังเกตไหมว่า ถ้าเราล้างหน้าบ่อย ๆ ผิวหน้าจะมันหนักมากกว่าเดิม หรือ บางครั้งเรารักษาความสะอาดมาก ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกวันแต่สิวก็ยังคงเกิดขึ้นซ้ำที่เก่า ให้สงสัยเลยว่า คุณกำลังใช้โฟมล้างหน้าแบบผิดวิธีอยู่ หรือ เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่ไม่เหมาะกับผิวหน้าของคุณ วันนี้เราจะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโฟมล้างหน้า ใช้อย่างไร ให้ถูกต้องแบบละเอียด และแนะนำการเลือกใช้โฟมล้างหน้าสำหรับผิวแต่ละแบบด้วย รวมถึงการเลือกเจลล้างหน้า สบู่ล้างหน้า โฟมล้างหน้ารักษาสิว โฟมล้างหน้าลดสิว และ ครีมล้างหน้าค่ะ

โฟมล้างหน้า คืออะไร

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชำระล้างความมัน สิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนใบหน้าให้ออกไปจากผิวหน้าและรูขุมขน เพื่อป้องกันการเกิดสิวชนิดต่าง ๆ ซึ่งโฟมล้างหน้าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าคลีนเซอร์ โดยคลีนเซอร์จะมีทั้งหมด 7 ประเภทได้แก่ โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า สบู่ล้างหน้า ซินเด็ท ครีมล้างหน้า แป้งล้างหน้า และสครับล้างหน้า (Exfoliating Cleanser) 

แต่หลายคนมักจะเรียกคลีนเซอร์รวม ๆ ว่า โฟมล้างหน้า เนื่องจากโฟมล้างหน้าเป็นคลีนเซอร์ที่มีหลากหลายสูตรให้เลือกมากมาย ทั้งรักษาสิว เพิ่มความขาวใส ให้ความชุ่มชื้น อีกทั้งยังมีหลายเนื้อสัมผัสมาก เช่น เนื้อน้ำนม เนื้อโฟม เนื้อเจล เป็นต้น โดยผิวแต่ละแบบก็จะมีความเหมาะสมกับคลีนเซอร์และโฟมล้างหน้าที่แตกต่างกันไป  

โฟมล้างหน้า รักษาสิว

การเลือกใช้โฟมล้างหน้าให้เหมาะกับผิว  

ผิวมัน

โฟมล้างหน้าสูตรควบคุมความมันโดยเฉพาะ แต่ต้องไม่ทำให้ผิวแห้ง เพราะถ้าผิวมันขาดความชุ่มชื้น ต่อมไขมันจะสร้างน้ำมันที่มากกว่าเดิมออกมาชดเชย ทำให้หน้ามันหนักกว่าเดิม แนะนำเป็นโฟมล้างหน้าเนื้อน้ำนม เพราะให้ความชุ่มชื้นดี แต่ไม่แนะนำให้ใช้ครีมล้างหน้า เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้ามันมากขึ้น  

ผิวแห้ง

โฟมล้างหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้ง หากมีสภาพผิวแห้งมาก แนะนำให้ใช้ครีมล้างหน้า เพราะเป็นคลีนเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นสูงมาก แต่ไม่แนะนำให้ใช้สบู่ เพราะจะทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม  

ผิวผสม

เป็นผิวที่มีทั้งผิวมันและผิวแห้งผสมกัน จึงต้องใช้โฟมล้างหน้าที่ช่วยลดความมันและเพิ่มความชุ่มชื้นได้ หรือ อาจจะใช้เป็นเจลล้างหน้าสูตรควบคุมความมัน เพราะจะช่วยลดความมันและเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี 

ผิวธรรมดา

สามารถใช้ได้หลากหลายมาก เพราะเป็นผิวที่มีปัญหาน้อยที่สุด 

ผิวเป็นสิว

โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิวโดยเฉพาะ หรือสบู่ล้างหน้าที่ควบคุมความมัน กำจัด P. acne และดูแลเรื่องสิว แต่ต้องระวังเรื่องของการแพ้และระคายเคืองผิว เพราะสบู่บางตัวมักมีส่วนผสมรุนแรง อาจใช้ซินเด็ทแทนได้ (ซินเด็ทจะคล้ายกับสบู่ แต่มีความอ่อนโยนและเหมาะกับผิวมากกว่า)

ผิวแพ้ง่าย

โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน อาจเป็นสูตรธรรมชาติ ที่สำคัญต้องไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและเหมาะกับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ) ไม่แนะนำให้ใช้สบู่ เพราะจะทำให้ระคายเคือง เป็นสิว และแพ้มากขึ้น  

ผิวหมองคล้ำ

โฟมล้างหน้าสูตรเพิ่มความขาวกระจ่างใส หรือ สบู่สูตรเพิ่มความขาว ลดรอยดำ รอยแดง และจุดด่างดำ หรืออาจใช้คลีนเซอร์สครับ เพื่อให้ผลัดเซลล์ผิวได้ดีมากขึ้น 

ผิวรูขุมขนกว้าง

โฟมล้างหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น และลดการเกิดสิว ไม่แนะนำให้ใช้สครับหรือคลีนเซอร์แบบสครับ เพราะจะทำให้รูขุมขนกว้างมากขึ้น แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือ ประคบน้ำแข็งบนผิวหน้าบ่อย ๆ เพราะความเย็นจะช่วยให้รูขุมขนเล็กลง  

ผิวมีริ้วรอย

โฟมล้างหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นสูง อ่อนโยน และไม่ระคายเคืองผิว อาจเป็นโฟมล้างหน้าสูตรจากธรรมชาติที่ให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น มีส่วนผสมจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก หรือ อาจใช้เป็นครีมล้างหน้าก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้สบู่และคลีนเซอร์สครับ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและโครงสร้างเซลล์ผิวอาจจะแย่ลงกว่าเดิม  

โฟมล้างหน้า ลดสิว

โฟมล้างหน้า ใช้อย่างไร

วิธีการใช้โฟมล้างหน้าที่ถูกต้อง 

ขั้นตอนที่ 1 หากแต่งหน้าหรือใช้เครื่องสำอางและครีมกันแดดจำเป็นต้องเช็ดเครื่องสำอางและครีมกันแดดออกด้วยคลีนซิ่งให้หมดเกลี้ยงก่อนที่จะใช้โฟมล้างหน้า หากไม่ได้ใช้เครื่องสำอางและ/หรือครีมกันแดดก็สามารถข้ามข้อนี้ไปได้ การใช้คลีนซิ่งก่อนล้างหน้ามีเหตุผล 3 ข้อ คือ

  1. ในเครื่องสำอางและครีมกันแดดมีสารที่ไม่สามารถชำระล้างหรือดึงออกมาจากรูขุมขนได้ด้วยน้ำและโฟมล้างหน้า เช่น สารเม็ดสี สารกันแดด ซิลิโคน และสารเคลือบผิวอื่น ๆ 
  2. สารเคลือบในเครื่องสำอางจะไม่ซึมลงสู่ผิว และหากสัมผัสเข้ากับน้ำและโฟมล้างหน้าจะจับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งก้อนสารเคลือบจะเข้าไปอุดอยู่ในรูขุมขน ทำให้เกิดสิว
  3. หากเกิดการอุดตันแล้ว จะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นและผิวหน้าเสื่อมโทรมมากขึ้น ทั้งจากกระบวนการการเกิดสิว โครงสร้างผิวหน้าที่ไม่ได้รับการบำรุง เพราะมีก้อนสารเคลือบกั้นไม่ให้ครีมบำรุงซึมผ่านผิว และต่อมไขมันใต้รูขุมขนที่ต้องผลิตไขมันออกมาที่ผิวมากขึ้น  

ขั้นตอนที่ 2 ทำผิวหน้าให้เปียกครั้งแรกด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง สามารถชำระล้างผิวหน้าได้สะอาดมากขึ้น 

ขั้นตอนที่ 3 ใช้มือที่เปียกน้ำบีบโฟมล้างหน้าลงบนฝ่ามือข้างใดข้างหนึ่ง แล้วใช้ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งมานวดวนเป็นวงกลม จนเนื้อโฟมกลายเป็นฟอง 

ขั้นตอนที่ 4 ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างที่มีฟองโฟมล้างหน้าสัมผัสไปที่แก้มแล้วนวดวนเบา ๆ ประมาณสามรอบ จากนั้นให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเป็นตัวนวดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน นวดวนเป็นวงกลมช้า ๆ และเบามือให้ทั่วใบหน้า ทั้งแก้ม จมูก คาง หน้าผาก กรอบหน้า และลำคอ (ลำคอสามารถใช้ฝ่ามือช่วยได้)

ขั้นตอนที่ 5 ล้างโฟมล้างหน้าออกด้วยน้ำอุ่นอย่างเบามือ จนโฟมล้างหน้าออกจากผิวหน้าจนเกลี้ยง  

ขั้นตอนที่ 6 ทำฝ่ามือห่อ ๆ แล้วเปิดน้ำเย็นใส่ลงบนฝ่ามือ จากนั้นให้เอาผิวหน้าทาบลงบนฝ่ามือที่มีน้ำเย็นประมาณ 3 วินาที ซ้ำสองครั้ง ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ น้ำเย็นจะทำให้รูขุมขนปิด ป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปอีกและทำให้รูขุมขนเล็ก  

ขั้นตอนที่ 7 ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาดและนุ่ม ๆ อย่าถู หรือ ขัดอย่างรุนแรงที่ผิวหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยและเป็นสิวได้  

สบู่ล้างหน้า

ข้อควรระวังในการใช้โฟมล้างหน้าและการล้างหน้า 

  1. ไม่ควรใช้โฟมล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน เพราะจะทำให้ผิวหน้าเสียสมดุลและขาดความชุ่มชื้น 
  2. ไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมที่รุนแรงหรือก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน หรือ สารกันเสีย และควรอ่านส่วนผสมบนฉลากก่อนเลือกซื้อ 
  3. ไม่ควรล้างหน้าด้วยการขัดถูผิวหน้าอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะด้วยมือ แปรง หรืออุปกรณ์ขัดผิวอื่น ๆ เนื่องจากผิวหน้าเป็นส่วนที่บอบบาง หากมีการขัดถูบ่อย ๆ ก็จะทำให้โครงสร้างผิวเสียหาย เกิดริ้วรอยได้ง่าย หรืออาจทำให้เกิดรูขุมขนกว้างได้ 
  4. ไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นตลอดการล้างหน้า แต่ควรปิดท้ายการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น (ดังที่ได้บอกไว้ในส่วนของวิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง) เพราะน้ำอุ่นจะทำให้รูขุมขนกว้าง หากไม่ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อให้รูขุมขนเล็กลง จะทำให้เกิดการอุดตัน เป็นสิว และผิวไม่เรียบเนียนจากรูขุมขนที่กว้างได้ 
  5. ไม่ควรสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้โครงสร้างผิวเสีย รูขุมขนกว้าง และเกิดริ้วรอย การสครับผิวหน้าควรสครับสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น

สรุป

นี่ก็เป็นวิธีการใช้โฟมล้างหน้าที่ถูกต้อง โดยรวมจะมี 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

  1.  เราต้องรู้จักเลือกใช้โฟมล้างหน้าหรือคลีนเซอร์ที่เหมาะกับผิวหน้าหรือปัญหาผิวที่เราเจออยู่ก่อน โดยจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าที่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีส่วนผสมที่รุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้โฟมล้างหน้ามาทำร้ายผิวของเรา 
  2. จากนั้นก็ให้ล้างหน้าแบบถูกวิธีซึ่งมี 7 ขั้นตอนที่กล่าวไปข้างต้น 
  3. อย่าลืมข้อควรระวังในการล้างหน้าและการใช้โฟมล้างหน้าทั้ง 5 ข้อด้วย เพื่อให้ผิวรับรับการดูแลอย่างอ่อนโยนและดีที่สุดนั่นเองค่ะ 

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Skin Care Products
      Logo
      Enable registration in settings - general